<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ร้านนักเลงหนังสือ</title>
	<atom:link href="http://kosolbookmania.com/?feed=rss2" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://kosolbookmania.com</link>
	<description>ขายหนังสือออนไลน์</description>
	<lastBuildDate>Fri, 25 Jun 2010 18:46:04 +0000</lastBuildDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=2.8</generator>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
			<item>
		<title>อังคาร กัลยาณพงศ์  ผู้ยิ่งใหญ่ทางหนังสือ</title>
		<link>http://kosolbookmania.com/?p=76</link>
		<comments>http://kosolbookmania.com/?p=76#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 30 Nov 2008 11:41:39 +0000</pubDate>
		<dc:creator>โกศล อนุสิม</dc:creator>
				<category><![CDATA[เอามาอ่าน]]></category>
		<category><![CDATA[ท่านอังคาร]]></category>
		<category><![CDATA[บทกวีท่านอังคาร]]></category>
		<category><![CDATA[บทกวีเสียเจ้า]]></category>
		<category><![CDATA[อังคาร กลัยาณพงศ์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://bookreader.kosolnet.com/?p=76</guid>
		<description><![CDATA[คนหนุ่มผู้ชื่นชอบบทกวี ในรุ่นผมนั้น คงมีน้อยคนที่ไม่ชื่นชอบบทกวีของท่านอังคาร กัลยาณพงศ์ เพราะคนหนุ่มนั้นเลือดร้อนมุทะลุ ดังที่ฝรั่งเรียกว่า Angry Youngman และบทกวีของท่านอังคารในวัยหนุ่มของท่านนั้น ก็เป็นบทกวีของคนหนุ่มเลือดร้อนมุทะลุนั่นเอง

ผมรู้จักชื่อของท่านอังคารครั้งแรกจากหนังสือวรรณวิจักษณ์ ชั้น ม.ศ.1 หรือ ม.ศ. 2 ก็จำได้ไม่แน่ชัด ด้วยว่ามีบทกวีชื่อ “ทุ่งข้าว” ตีพิมพ์ในหนังสือด้วย แต่ ณ ตอนนั้นไม่ได้ซาบซึ้งถึงขนาด เพราะผมเกิดอยู่กับทุ่ง โตในทุ่ง จึงรู้สึกเฉยๆเมื่ออ่านบทกวีเกี่ยวกับทุ่งนา
ขึ้นมัธยมปลาย ได้อ่านนิยายของสุวรรณี สุคนธา เรื่อง “ความรักครั้งสุดท้าย” ตอนนั้นผมหลงรักเสน่ห์ตัวหนังสือของนักเขียนหญิงท่านนี้ถึงขั้นคลั่งไคล้ ในนิยายเรื่องนี้มีฉากที่ตัวละครคุยกันอยู่แถวท่าพระลาน มีการยกบทกวีขึ้นมาท่องให้กันฟังด้วย ตัวละครหนึ่งพูดว่า ตนชอบบทกวีของท่านอังคาร กัลยาณพงศ์ บทที่ชื่อว่า “เสียเจ้า” แล้วก็บอกต่อไปว่า ท่อนที่ชอบที่สุดก็คือ “&#8230;จะเจ็บจำไปถึงปรโลก ฤารอยโศกรู้ร้างจางหาย จะเกิดกี่ฟ้ามาตรมตาย อย่าหมายว่าจะให้หัวใจ&#8230;” เท่านั้นแหละครับ ผมในวัยสิบกว่าขวบตอนปลายกำลังแตกเนื้อหนุ่ม เกิดความหลงใหลบทกวีบทนี้ขึ้นโดยทันที
ผมพยายามค้นหาหนังสือที่มีชื่อคนเขียนว่า อังคาร กัลยาณพงศ์ ในห้องสมุดของโรงเรียน แต่ไม่มีเลยสักเล่ม ผมตั้งใจไว้ว่าจะต้องหาหนังสือบทกวีเล่มที่มี “เสียเจ้า” พิมพ์อยู่ด้วยมาอ่านให้จงได้ จนกระทั่งได้มาเรียนที่ธรรมศาสตร์ ความปรารถนาจึงบรรลุผล [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://www.kosolbookmania.com/wp-content/uploads/2008/11/angkan-poem.jpg"><img class="alignleft size-full wp-image-204" style="border: 0pt none; margin: 10px;" title="angkan-poem" src="http://www.kosolbookmania.com/wp-content/uploads/2008/11/angkan-poem.jpg" alt="angkan-poem" width="232" height="318" /></a>คนหนุ่มผู้ชื่นชอบบทกวี ในรุ่นผมนั้น คงมีน้อยคนที่ไม่ชื่นชอบบทกวีของท่านอังคาร กัลยาณพงศ์ เพราะคนหนุ่มนั้นเลือดร้อนมุทะลุ ดังที่ฝรั่งเรียกว่า Angry Youngman และบทกวีของท่านอังคารในวัยหนุ่มของท่านนั้น ก็เป็นบทกวีของคนหนุ่มเลือดร้อนมุทะลุนั่นเอง<br />
<span id="more-76"></span><br />
ผมรู้จักชื่อของท่านอังคารครั้งแรกจากหนังสือวรรณวิจักษณ์ ชั้น ม.ศ.1 หรือ ม.ศ. 2 ก็จำได้ไม่แน่ชัด ด้วยว่ามีบทกวีชื่อ “ทุ่งข้าว” ตีพิมพ์ในหนังสือด้วย แต่ ณ ตอนนั้นไม่ได้ซาบซึ้งถึงขนาด เพราะผมเกิดอยู่กับทุ่ง โตในทุ่ง จึงรู้สึกเฉยๆเมื่ออ่านบทกวีเกี่ยวกับทุ่งนา</p>
<p>ขึ้นมัธยมปลาย ได้อ่านนิยายของสุวรรณี สุคนธา เรื่อง “ความรักครั้งสุดท้าย” ตอนนั้นผมหลงรักเสน่ห์ตัวหนังสือของนักเขียนหญิงท่านนี้ถึงขั้นคลั่งไคล้ ในนิยายเรื่องนี้มีฉากที่ตัวละครคุยกันอยู่แถวท่าพระลาน มีการยกบทกวีขึ้นมาท่องให้กันฟังด้วย ตัวละครหนึ่งพูดว่า ตนชอบบทกวีของท่านอังคาร กัลยาณพงศ์ บทที่ชื่อว่า “เสียเจ้า” แล้วก็บอกต่อไปว่า ท่อนที่ชอบที่สุดก็คือ “&#8230;จะเจ็บจำไปถึงปรโลก ฤารอยโศกรู้ร้างจางหาย จะเกิดกี่ฟ้ามาตรมตาย อย่าหมายว่าจะให้หัวใจ&#8230;” เท่านั้นแหละครับ ผมในวัยสิบกว่าขวบตอนปลายกำลังแตกเนื้อหนุ่ม เกิดความหลงใหลบทกวีบทนี้ขึ้นโดยทันที</p>
<p>ผมพยายามค้นหาหนังสือที่มีชื่อคนเขียนว่า อังคาร กัลยาณพงศ์ ในห้องสมุดของโรงเรียน แต่ไม่มีเลยสักเล่ม ผมตั้งใจไว้ว่าจะต้องหาหนังสือบทกวีเล่มที่มี “เสียเจ้า” พิมพ์อยู่ด้วยมาอ่านให้จงได้ จนกระทั่งได้มาเรียนที่ธรรมศาสตร์ ความปรารถนาจึงบรรลุผล เพราะในห้องสมุดมหาวิทยาลัยมีหนังสือของท่านอังคารหลายเล่ม รวมทั้งเล่มที่ชื่อ “กวีนิพนธ์ อังคาร กัลยาณพงศ์” ที่มี “เสียเจ้า” ตีพิมพ์อยู่ด้วย</p>
<p>ผมยืมมาอ่านด้วยความหลงใหล ดื่มด่ำอิ่มเอม สมกับที่รอคอยมานาน หนังสือเล่มนี้ได้เปิดโลกทัศน์ใหม่ในกวีนิพนธ์ให้เด็กบ้านนอกคนหนึ่ง ซึ่งเคยรู้จักแต่ศรีปราชญ์ สุนทรภู่จากแบบเรียน ให้ออกมาสู่โลกภายนอกที่มีกวีอีกมากมาย</p>
<p>ผมท่อง “เสียเจ้าราวร้าวมณีรุ้ง&#8230;” จนขึ้นใจ ควบคู่ไปกับ “ฉันเอาฟ้าห่มให้ หายหนาว&#8230;” แลตั้งจิตว่า ชาตินี้ก็จะขอเป็นกวีด้วย เพื่อ “&#8230;ไหลหลั่งกวีไว้เช้า ชั่วฟ้าดินสมัย&#8230;” ดังที่ท่านอังคารได้รจนาไว้</p>
<p>คนหนุ่มที่เลือดร้อนมุทะลุ กำลังแสวงหาแบบอย่าง ในที่สุดก็พบแบบอย่างในฝันของตนแล้ว ช่างโดนใจเหลือเกิน!</p>
<p>ไม่เพียงแค่หนังสือบทกวีของท่านอังคาร กัลยาณพงศ์ เท่านั้น ผมยังได้พบครูภาษาไทยที่ “เจียระไนแววชีวา” ให้ผมด้วย นั่นคือ ท่านอาจารย์ ม.ล.ฐิติรัตน์ ลดาวัลย์ แห่งคณะศิลปศาสตร์ ครูภาษาไทยในมหาวิทยาลัยที่สอนให้ผมรู้จักคุณค่าแห่งบทกวี สอนให้อ่าน ทำความเข้าใจในเนื้อสาร โดยใช้สติปัญญาของตนอย่างถ่องแท้ อาจารย์ท่านสอนให้อ่านกวีนิพนธ์ของท่านอังคาร กัลยาณพงศ์ ด้วยครับ นอกจากสอนให้รู้จักอ่านและประเมินคุณด้วยสติปัญญาแล้ว อาจารย์ท่านยังสอนให้รู้จัดคิดและเขียนด้วย ท่านเป็นผู้ “เจียระไน” ลูกศิษย์โดยแท้ครับ</p>
<p>ผมได้เรียนรู้การใช้ปัญญาพิจารณาเนื้อสารของกวีจากท่านอาจารย์ ทำให้ได้มุมมองใหม่ๆในการอ่านเพิ่มมากขึ้น เมื่อก่อนใช้อารมณ์ในการตัดสินคุณค่าของหนังสือที่อ่าน แต่เมื่ออาจารย์ท่านสอนให้ใช้ปัญญาแล้ว บทกวีบทเดียวกัน เมื่ออ่านอีกครั้งหนึ่ง ทำให้ได้แง่มุมใหม่ๆอีกมากมาย</p>
<p>ผมยังคงหลงใหลในบทกวีของท่านอังคาร กัลยาณพงศ์ เสาะหาหนังสือของท่านมาเป็นของตนเอง ผมได้หนังสือ กวีนิพนธ์ ลำนำภูกระดึง นิราศนครศรีธรรมราช ฉบับพิมพ์ครั้งแรกๆที่เป็นภาพเกรยองสีดำสวยงามทั้งสามเล่ม ผมอ่านทั้งสามเล่มด้วยความอิ่มเอมใจในอรรถรสแห่งบทกวี ทั้งภาคภูมิใจในความเป็นเจ้าของหนังสืออันยิ่งใหญ่สามเล่ม ลองคิดดูสิครับสมัยที่ยังหนุ่ม ได้ทำในสิ่งที่ปรารถนา ย่อมจะเกิดความพอใจเป็นล้นพ้น</p>
<p>หนังสือที่พิมพ์ออกมาในช่วงหลัง ผมก็ซื้อไว้เท่าที่สามารถซื้อได้ แต่ผมชอบฉบับพิมพ์โดยเทคนิคโบราณที่เรียงพิมพ์ด้วยตัวตะกั่วมากว่าเทคนิคสมัยใหม่ที่ใช้เรียงพิมพ์ด้วยคอมพิวเตอร์ หนังสือสมัยใหม่แม้เทคนิคการพิมพ์จะล้ำเลิศ ปกและภาพประกอบจะแต่งให้สวยงามอย่างไรก็ได้ แต่ผมคิดว่า “ความงดงาม” มีน้อยกว่าแบบดั้งเดิมมาก</p>
<p>ท่านอังคารนั้นคือกวีผู้ยิ่งใหญ่ ยิ่งใหญ่ทั้งงานและการใช้ชีวิตที่อุทิศให้งานกวีกับงานศิลปะ ยิ่งใหญ่เพราะท่านได้ใช้ชีวิตตามปณิธานกวีที่ตั้งใจสร้างสรรค์ผลงานเพื่อยกระดับจิตใจของคนด้วยกวีนิพนธ์ แม้ชีวิตจะมีอุปสรรคเพียงใดก็ไม่ตีโพยตีพาย ไม่ร้องขอใดใดจากใคร เพราะนี่เป็นหนทางที่ตนเลือก ท่านได้ให้สัมภาษณ์หนังสือไฮคลาสฉบับเมษายน 2533 โดยได้กล่าวตอนหนึ่งว่า “หมามันยังอยู่ได้ กวีก็ต้องอยู่ได้” และท่านอังคารท่านอยู่ได้อย่างยิ่งใหญ่ เป็นผู้ยิ่งใหญ่ที่ไม่ต้องมีใครมาห้อมล้อม หากแต่ยิ่งใหญ่ด้วยผลงาน</p>
<p>การที่คนเรียกท่านว่า “ท่านอังคาร” จึงเหมาะสม เรียกโดยไม่มียศถาบรรดาศักดิ์ หากแต่ด้วยความรักนับถือและชื่นชมยกย่อง แม้ผมไม่ได้รู้จักเป็นการส่วนตัว แต่รู้จักจากผลงานอันเอกอุ ก็ขอเรียก “ท่านอังคาร” ด้วยความนับถือยิ่ง</p>
<p>ท่านอังคาร กัลยาณพงศ์ เป็นผู้ยิ่งใหญ่โดยแท้.!</p>
<p><script type="text/javascript">
<!--
ad_partner="200808194329222";
ad_website="2009051930921956";
ad_zone="2009052070472954";
ad_format="20080422569846860";
ad_type="tm";
ad_color_border="F7F7F7";
ad_color_bg="FFFFFF";
ad_background="";
ad_color_title="0000CC";
ad_color_text="000000";
ad_color_url="22608F";
//-->
</script><br />
<script type="text/javascript" src="http://ads.bumq.com/ad_show2.js"></script></p>
<p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://kosolbookmania.com/?feed=rss2&amp;p=76</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ย่าสอนหลาน : ภูมิปัญญาอีสานในงานวรรณกรรม(2)</title>
		<link>http://kosolbookmania.com/?p=56</link>
		<comments>http://kosolbookmania.com/?p=56#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 04 Nov 2008 07:22:07 +0000</pubDate>
		<dc:creator>โกศล อนุสิม</dc:creator>
				<category><![CDATA[เอามาอ่าน]]></category>
		<category><![CDATA[ปรัชญาอีสาน]]></category>
		<category><![CDATA[ปรีชา พิณทอง]]></category>
		<category><![CDATA[ย่าสอนหลาน]]></category>
		<category><![CDATA[วรรณกรรมอีสาน]]></category>
		<category><![CDATA[โกศล อนุสิม]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://kosolbooks.kosolnet.com/?p=58</guid>
		<description><![CDATA[
คราวที่แล้วผมได้สรุปแก่นความคิดจากวรรณกรรมเรื่องย่าสอนหลาน อันเป็นมรดกทางภูมิปัญญาของคนอีสานบ้านเฮาเอาไว้ ว่ามีอยู่หลายประเด็น คราวนี้จะขอเล่าถึงแต่ละประเด็นโดยละเอียด เพื่อให้เห็นถึง “แก่น” หรือ “วิสัยทัศน์” แห่งบรรพบุรุษอีสาน ว่าท่านมีความลึกซึ้งต่อโลกและชีวิตขนาดไหน

แนวทางที่ 1 ก็คือ ว่าด้วยการสอนให้ศึกษาเล่าเรียน ซึ่งเป็นสิ่งแรกสุดในวรรณคดีเรื่องย่าสอนหลาน โดยย่าได้ย้ำให้ลูกหลานทั้งหญิงชายเข้าเรียนเขียนอ่าน เพื่อจะได้มีความรู้ใส่ตัว เพราะความรู้นั้นทำให้สามารถประกอบกิจใดๆได้ก้าวหน้ารุ่งเรือง
ถ้าเป็นสมัยนี้ก็อาจเรียกได้ว่า อันวิชาความรู้นั้นเป็นสินทรัพย์เอาไปแปลงเป็นทุนได้ทันที มีปัญญาความรู้ก็เป็นเสมือนมีทุนก้อนใหญ่ที่ใช้ไม่หมด เอามาใช้ได้ทันที ไม่ต้องไปพึ่งธนาคาร
ย่าได้สอนบรรดาบักหำน้อยอีนางน้อยลูกหลานเป็นที่รักว่า
“…ฝูงปวงเจ้ายังเยาว์ บ่ทันใหญ่
อย่าได้ประมาทม้าง มัวเหล้นบ่ดีฯ
ให้ฮีบพากันเข้า โรงเรียนเขียนอ่าน หลานเอยฯ
อย่าได้คึดขี้คร้าน ความฮู้ให้หมั่นหาฯ
ให้พากันศึกษาฮู้ วิชาการกิจชอบ
ฮีบประกอบไว้ ไปหน้าสิฮุ่งเฮืองฯ…”
แปลเป็นภาษาปัจจุบันก็ได้ว่า ลูกหลานที่ยังเยาว์วัยอยู่ อย่าได้เอาแต่เที่ยวเล่น ให้พากันหมั่นศึกษาเล่าเรียนให้จงหนัก อย่าได้เกียจคร้านตัวเป็นขน เพราะหากรีบหาวิชาความรู้ไว้ในตัวแล้ว จะทำอะไรในภายหน้าก็จะมีแต่ความรุ่งเรืองก้าวหน้า นั่นแลฯ
อันวิชาการความรู้ที่ว่านี้ ต้องเป็นความรู้ในทางที่ดีด้วย เป็นวิชาการกิจชอบ ฉะนั้น ความรู้แบบไม่ชอบ เช่นการงัดแงะบ้านเรือนผู้คนเพื่อจะยกโทรทัศน์พัดลมเขาไปขาย หรือวิชางัดตู้โทรศัพท์สาธารณะเอาเงินไปใช้ หรือวิชาในทางโจรนั้น ย่าห้ามเด็ดขาด เอาแต่ความรู้ในกิจที่ชอบเท่านั้น
ความรู้นั้น คนโบราณให้ความสำคัญมาก ทำให้มีทั้งยศมีทั้งทรัพย์ อย่างที่ย่าสอนไว้ว่า
“…ยามเมื่อเจ้าหนุ่มน้อย ให้ฮีบฮ่ำเฮียนคุณ
ยามเมื่อบุญเฮามี สิใหญ่สูงเพียงฟ้า
ไปภายหน้า สิหาเงินได้ง่าย
ใผผู้ความฮู้ตื้น เงินล้านบ่แกว่นถง…”
ความรู้จึงเป็นของแท้แน่นอน ทำให้ ใหญ่สูงเพียงฟ้า ได้ และทำให้หาเงินทองได้ง่ายด้วย [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://www.kosolbookmania.com/wp-content/uploads/2008/11/yalan.jpg"><img class="alignleft size-full wp-image-202" style="border: 0pt none; margin: 10px;" title="yalan" src="http://www.kosolbookmania.com/wp-content/uploads/2008/11/yalan.jpg" alt="yalan" width="189" height="173" /></a><br />
คราวที่แล้วผมได้สรุปแก่นความคิดจากวรรณกรรมเรื่องย่าสอนหลาน อันเป็นมรดกทางภูมิปัญญาของคนอีสานบ้านเฮาเอาไว้ ว่ามีอยู่หลายประเด็น คราวนี้จะขอเล่าถึงแต่ละประเด็นโดยละเอียด เพื่อให้เห็นถึง “แก่น” หรือ “วิสัยทัศน์” แห่งบรรพบุรุษอีสาน ว่าท่านมีความลึกซึ้งต่อโลกและชีวิตขนาดไหน<br />
<span id="more-56"></span><br />
แนวทางที่ 1 ก็คือ ว่าด้วยการสอนให้ศึกษาเล่าเรียน ซึ่งเป็นสิ่งแรกสุดในวรรณคดีเรื่องย่าสอนหลาน โดยย่าได้ย้ำให้ลูกหลานทั้งหญิงชายเข้าเรียนเขียนอ่าน เพื่อจะได้มีความรู้ใส่ตัว เพราะความรู้นั้นทำให้สามารถประกอบกิจใดๆได้ก้าวหน้ารุ่งเรือง</p>
<p>ถ้าเป็นสมัยนี้ก็อาจเรียกได้ว่า อันวิชาความรู้นั้นเป็นสินทรัพย์เอาไปแปลงเป็นทุนได้ทันที มีปัญญาความรู้ก็เป็นเสมือนมีทุนก้อนใหญ่ที่ใช้ไม่หมด เอามาใช้ได้ทันที ไม่ต้องไปพึ่งธนาคาร</p>
<p>ย่าได้สอนบรรดาบักหำน้อยอีนางน้อยลูกหลานเป็นที่รักว่า</p>
<blockquote><p>“…ฝูงปวงเจ้ายังเยาว์ บ่ทันใหญ่<br />
อย่าได้ประมาทม้าง มัวเหล้นบ่ดีฯ<br />
ให้ฮีบพากันเข้า โรงเรียนเขียนอ่าน หลานเอยฯ<br />
อย่าได้คึดขี้คร้าน ความฮู้ให้หมั่นหาฯ<br />
ให้พากันศึกษาฮู้ วิชาการกิจชอบ<br />
ฮีบประกอบไว้ ไปหน้าสิฮุ่งเฮืองฯ…”</p></blockquote>
<p>แปลเป็นภาษาปัจจุบันก็ได้ว่า ลูกหลานที่ยังเยาว์วัยอยู่ อย่าได้เอาแต่เที่ยวเล่น ให้พากันหมั่นศึกษาเล่าเรียนให้จงหนัก อย่าได้เกียจคร้านตัวเป็นขน เพราะหากรีบหาวิชาความรู้ไว้ในตัวแล้ว จะทำอะไรในภายหน้าก็จะมีแต่ความรุ่งเรืองก้าวหน้า นั่นแลฯ<br />
อันวิชาการความรู้ที่ว่านี้ ต้องเป็นความรู้ในทางที่ดีด้วย เป็นวิชาการกิจชอบ ฉะนั้น ความรู้แบบไม่ชอบ เช่นการงัดแงะบ้านเรือนผู้คนเพื่อจะยกโทรทัศน์พัดลมเขาไปขาย หรือวิชางัดตู้โทรศัพท์สาธารณะเอาเงินไปใช้ หรือวิชาในทางโจรนั้น ย่าห้ามเด็ดขาด เอาแต่ความรู้ในกิจที่ชอบเท่านั้น</p>
<p>ความรู้นั้น คนโบราณให้ความสำคัญมาก ทำให้มีทั้งยศมีทั้งทรัพย์ อย่างที่ย่าสอนไว้ว่า</p>
<blockquote><p>“…ยามเมื่อเจ้าหนุ่มน้อย ให้ฮีบฮ่ำเฮียนคุณ<br />
ยามเมื่อบุญเฮามี สิใหญ่สูงเพียงฟ้า<br />
ไปภายหน้า สิหาเงินได้ง่าย<br />
ใผผู้ความฮู้ตื้น เงินล้านบ่แกว่นถง…”</p></blockquote>
<p>ความรู้จึงเป็นของแท้แน่นอน ทำให้ ใหญ่สูงเพียงฟ้า ได้ และทำให้หาเงินทองได้ง่ายด้วย คนที่ไม่มีความรู้นั่นสิจะลำบาก เพราะจะตกอยู่ในภาวะแบบ ใผผู้ความฮู้ตื้น เงินล้านบ่แกว่นถง เอาได้ง่ายๆ</p>
<p>บางคนอาจจะสงสัยว่า ทำไม ดูเหมือนย่าจะเน้นเรื่องหาเงินทองจัง ราวกับว่าเงินทองเป็นคำตอบเดียวในชีวิต</p>
<p>ที่เป็นเช่นนี้มิได้หมายความว่าย่าเป็นคนเห็นแก่เงินหรอก แต่เพราะสามารถยกให้เห็นได้อย่างชัดเจน เป็นรูปธรรม และโดยธรรมชาติแล้ว คนน่ะมีไหมที่ไม่ชอบเงิน เมื่อยกเอาสิ่งที่เห็นเป็นรูปธรรมและเป็นสิ่งที่คนชอบขึ้นมาแล้วไซร้ ก็ย่อมจะสามารถดึงดูความสนใจของผู้คนได้</p>
<p>นี่ก็นับเป็นกลวิธีหนึ่งในการสอนของคนโบราณ อย่างที่ท่านสุนทรภู่ได้รจนาไว้ว่า “มีวิชาเหมือนมีทรัพย์อยู่นับแสน” นั่นแหละ</p>
<p>มีใครบ้างที่พูดถึงทรัพย์แล้วไม่ตาโต เมื่ออยากได้ทรัพย์ก็ต้องแสวงหาความรู้ เมื่อมีความรู้ก็ย่อมจะหาทรัพย์มาเลี้ยงดูตนเองและครอบครัวได้ ไม่ต้องเดือดร้อนคนอื่น ไม่เป็นเพลี้ยคอยเกาะคอยดูดกินน้ำชีวิตของผู้อื่น เมื่อมีทรัพย์จนเหลือใช้แล้วก็ยังจะมีแบ่งปันให้แก่คนที่ไม่มีได้</p>
<p>ทั้งนี้ทั้งนั้น การมีทรัพย์มากและสละให้คนอื่นได้ นอกจากมีวิชาความรู้แล้ว ก็ย่อมจะเป็นคนที่มีคุณธรรมอีกด้วย การที่จะมีคุณธรรมใดๆได้ก็ย่อมเป็นเพราะได้รับคำสั่งสอนที่ดี และคนที่สั่งสอนสิ่งดีๆให้ก็คือย่านั่นเอง</p>
<p>ที่จริงแล้วย่าก็ไม่ได้เน้นที่เงินเพียงอย่างเดียว แต่ย่าชี้ให้เห็นถึงประโยชน์ของความรู้ในทางอื่นด้วย โดยเฉพาะเป็นบันใดยกระดับคุณภาพชีวิต หรือฐานะทางสังคมของคนได้อีกด้วย ว่า คนมีความรู้นั้น…</p>
<blockquote><p>“…สิได้เป็นขุนขึ้น ครองเมืองตุ้มไพร่<br />
สิได้เป็นใหญ่ชั้น แนวเชื้อชาตินาย แท้ดายฯ”</p></blockquote>
<p>ความของย่าข้อนี้ในปัจจุบันนั้นตรงเผง ก็แหม! ดูสิ นายกรัฐมนตรีก็ เรียนสูงถึงดอกเตอร์ รองนายกฯก็ดอกเตอร์ รัฐมนตรีหลายคนก็ดอกเตอร์ ไม่นับบรรดาท่านผู้ช่วยฯ ท่านเลขาฯ ท่าน สส। ท่าน สว. ท่าน ที่ปรึกษาฯ ก็มีดอกเตอร์กันเต็มไปหมด ท่านพวกนี้ได้ดิบได้ดีอย่างที่ย่าว่าไว้เปี๊ยบเลย ตำแหน่งแห่งที่ของพวกท่านก็ระดับ ‘ขุน’ หรือผู้นำที่ ครองเมืองตุ้มไพร่ &#8211; ปกครองไพร่ฟ้ากันทั้งนั้นแหละ และ ‘เป็นใหญ่ชั้น แนวเชื้อชาตินาย’ -เป็นใหญ่เป็นโตระดับนายคนกันทั้งสิ้น</p>
<p>เห็นไหมล่ะว่าย่าโบราณของคนอีสานบ้านเฮาท่านมีวิสัยทัศน์ขนาดไหน ท่านสอนไว้ตั้งนมนานกาเลแล้ว แต่ก็แม่นเหมือนตาเห็นเลย.</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://kosolbookmania.com/?feed=rss2&amp;p=56</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ย่าสอนหลาน:ภูมิปัญญาอีสานในงานวรรณกรรม (1)</title>
		<link>http://kosolbookmania.com/?p=52</link>
		<comments>http://kosolbookmania.com/?p=52#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 04 Nov 2008 07:18:08 +0000</pubDate>
		<dc:creator>โกศล อนุสิม</dc:creator>
				<category><![CDATA[เอามาอ่าน]]></category>
		<category><![CDATA[ปรีชา พิณทอง]]></category>
		<category><![CDATA[ย่าสอนหลาน]]></category>
		<category><![CDATA[วรรณกรรมอีสาน]]></category>
		<category><![CDATA[โกศล อนุสิม]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://kosolbooks.kosolnet.com/?p=55</guid>
		<description><![CDATA[
ภาคอีสานของเรานั้นอุดมไปด้วยสมบัติทางภูมิปัญญาจนไม่อาจประเมินค่าได้ โดยเฉพาะสมบัติทางด้านศิลปวัฒนธรรมนั้นเป็นที่ประจักษ์มานานแล้วว่า มีมากมายเป็นอัตปือ วรรณกรรมก็เป็นหนึ่งในมวลมรดกด้านศิลปวัฒนธรรม และวรรณกรรมอีสานบ้านเฮานั้นมีหลายหลากมากแท้

คนรุ่นอายุสัก 40 ปีขึ้นไปย่อมคุ้นเคยกับวรรณกรรมพื้นบ้านที่ได้รับการบอกเล่าจากปากต่อปาก เรื่องที่ได้รับการบอกเล่ามากที่สุด ถือเป็นเรื่องยอดนอยมก็เห็นจะเป็นเซียงเมี่ยง รองลงมาก็ ขูลูนางอั้ว พญาแถน ท้าวก่ำกาดำ ฯลฯ และนิทานก้อมที่เน้นตลกเสียดสีสนุกสนานและโป๊หน่อยๆเฉียดๆเรตเอ็กซ์ก็มีไม่น้อย ฟังทีไรก็สร้างความครื้นเครงทั้งผู้พูดและผู้ฟัง
ส่วนที่เป็นเรื่องราวที่เน้นแก่นความคิดเรื่องความดีความงาม วิธีปฏิบัติตามกฎระเบียบของสังคม ศีลธรรมและจริยธรรมโดยตรงก็มี อย่างเช่น วรรณกรรมเรื่อง ย่าสอนหลาน ซึ่งเป็นเพชรเม็ดหนึ่งของปรั๙ญาอีสานว่าด้วยดำรงชีวิตอยู่ร่วมกับคนอื่นในสังคม ซึ่งพ่อใหญ่ปรีชา พิณทอง ปราชญ์ใหญ่อีสานได้กล่าวถึงที่มาไว้ว่ามาจากการแบ่งหน้าที่ของคนสมัยโบราณซึ่ง “…การอบรมสั่งสอนลูกหลานในสมัยโบราณ เป็นหน้าที่ของย่า เพราะย่านั้นทำงานหนักไม่ได้ งานที่ย่าถนัดคืองานอบรมสั่งสอนลูกหลาน ปกติลูกหลานมีความเคารพยำเกรงย่าอยู่แล้ว เมื่อย่าอบรมสั่งสอนอะไรก็มักเชื่อถือ แล้วนำไปปฏิบัติตาม ดังนั้น ลูกหลานในสมัยโบราณจึงเป็นคนสุภาพ เรียบร้อย มีศีลสัตย์วัฒนธรรม เป็นคนขยันหมั่นเพียร…” ซึ่งข้อวิเคราะห์ของ พ่อใหญ่ปรีชา พิณทอง นี้ได้สะท้อนความเป็นจริงของสังคมในสมัยก่อน ที่ลูกหลานเคารพนบนอบบุรพากรี เชื่อฟังผู้ใหญ่ ทำให้คงความเป็นระเบียบเรียบร้อยเอาไว้ได้
ในสมัยปัจจุบันนี้ดอก ที่ผู้น้อยไม่เคารพผู้ใหญ่ ผู้ใหญ่ไม่เอ็นดูผู้น้อย เด็กเมื่อวานซืนถอนหงอกผู้เฒ่า ผู้เฒ่าก็ชำเราเด็ก สังคมจึงวิปริตไปหมด
ผมอ่านหนังสือเรื่อง ย่าสอนหลาน หลายรอบ ยิ่งอ่านยิ่งชอบ ยิ่งชอบก็ยิ่งพิเคราะห์ แล้วเห็นจริงตามที่พ่อใหญ่ ปรีชา [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://www.kosolbookmania.com/wp-content/uploads/2008/11/wan-mom.bmp"><img class="alignleft size-full wp-image-200" style="border: 0pt none; margin: 10px;" title="wan-mom" src="http://www.kosolbookmania.com/wp-content/uploads/2008/11/wan-mom.bmp" alt="wan-mom" width="215" height="210" /></a><br />
ภาคอีสานของเรานั้นอุดมไปด้วยสมบัติทางภูมิปัญญาจนไม่อาจประเมินค่าได้ โดยเฉพาะสมบัติทางด้านศิลปวัฒนธรรมนั้นเป็นที่ประจักษ์มานานแล้วว่า มีมากมายเป็นอัตปือ วรรณกรรมก็เป็นหนึ่งในมวลมรดกด้านศิลปวัฒนธรรม และวรรณกรรมอีสานบ้านเฮานั้นมีหลายหลากมากแท้<br />
<span id="more-52"></span><br />
คนรุ่นอายุสัก 40 ปีขึ้นไปย่อมคุ้นเคยกับวรรณกรรมพื้นบ้านที่ได้รับการบอกเล่าจากปากต่อปาก เรื่องที่ได้รับการบอกเล่ามากที่สุด ถือเป็นเรื่องยอดนอยมก็เห็นจะเป็นเซียงเมี่ยง รองลงมาก็ ขูลูนางอั้ว พญาแถน ท้าวก่ำกาดำ ฯลฯ และนิทานก้อมที่เน้นตลกเสียดสีสนุกสนานและโป๊หน่อยๆเฉียดๆเรตเอ็กซ์ก็มีไม่น้อย ฟังทีไรก็สร้างความครื้นเครงทั้งผู้พูดและผู้ฟัง</p>
<p>ส่วนที่เป็นเรื่องราวที่เน้นแก่นความคิดเรื่องความดีความงาม วิธีปฏิบัติตามกฎระเบียบของสังคม ศีลธรรมและจริยธรรมโดยตรงก็มี อย่างเช่น วรรณกรรมเรื่อง ย่าสอนหลาน ซึ่งเป็นเพชรเม็ดหนึ่งของปรั๙ญาอีสานว่าด้วยดำรงชีวิตอยู่ร่วมกับคนอื่นในสังคม ซึ่งพ่อใหญ่ปรีชา พิณทอง ปราชญ์ใหญ่อีสานได้กล่าวถึงที่มาไว้ว่ามาจากการแบ่งหน้าที่ของคนสมัยโบราณซึ่ง “…การอบรมสั่งสอนลูกหลานในสมัยโบราณ เป็นหน้าที่ของย่า เพราะย่านั้นทำงานหนักไม่ได้ งานที่ย่าถนัดคืองานอบรมสั่งสอนลูกหลาน ปกติลูกหลานมีความเคารพยำเกรงย่าอยู่แล้ว เมื่อย่าอบรมสั่งสอนอะไรก็มักเชื่อถือ แล้วนำไปปฏิบัติตาม ดังนั้น ลูกหลานในสมัยโบราณจึงเป็นคนสุภาพ เรียบร้อย มีศีลสัตย์วัฒนธรรม เป็นคนขยันหมั่นเพียร…” ซึ่งข้อวิเคราะห์ของ พ่อใหญ่ปรีชา พิณทอง นี้ได้สะท้อนความเป็นจริงของสังคมในสมัยก่อน ที่ลูกหลานเคารพนบนอบบุรพากรี เชื่อฟังผู้ใหญ่ ทำให้คงความเป็นระเบียบเรียบร้อยเอาไว้ได้</p>
<p>ในสมัยปัจจุบันนี้ดอก ที่ผู้น้อยไม่เคารพผู้ใหญ่ ผู้ใหญ่ไม่เอ็นดูผู้น้อย เด็กเมื่อวานซืนถอนหงอกผู้เฒ่า ผู้เฒ่าก็ชำเราเด็ก สังคมจึงวิปริตไปหมด</p>
<p>ผมอ่านหนังสือเรื่อง ย่าสอนหลาน หลายรอบ ยิ่งอ่านยิ่งชอบ ยิ่งชอบก็ยิ่งพิเคราะห์ แล้วเห็นจริงตามที่พ่อใหญ่ ปรีชา พิณทองได้บอกไว้ว่า มีคุณค่าหาคำสอนใดมาเปรียบเทียบได้ยาก เพราะเป็นคำสอนที่อ่านง่าย แต่เนื้อหาลึกซึ้งมาก หากคนสักครึ่งหนึ่งปฏิบัติตามคำสั่งสอนนี้แล้ว ความสงบสุขย่อมเกิดแก่สังคมเป็นแน่</p>
<p>สิ่งที่ผมชอบเป็นอย่างมากก็คือ นิทานนี้เขียนเป็นร้อยกรอง เป็นผญาที่สละสลวย แต่ด้วยเหตุที่วรรณกรรมสมัยโบราณนั้นไม่ได้บันทึกไว้เป็นลายลักษณ์อักษร เป็นวรรณกรรมมุขปาฐะที่ได้แต่เล่าสืบต่อกันมาหลายชั้น ฉะนั้น เนื้อความในแต่ละท้องถิ่นอาจผิดเพี้ยนไปบ้าง เป็นการดีเหลือเกินที่พ่อใหญ่ปรีชา พิณทอง ได้รวบรวมชำระไว้ แล้วจัดพิมพ์เป็นเล่มเผยแพร่ ซึ่งต้นฉบับที่ผมได้อ่านนั้น ก็เป็นฉบับที่พ่อใหญ่ปรีชา พิณทอง ได้ชำระไว้นั่นเอง</p>
<p>พ่อใหญ่ปรีชา พิณทอง นับเป็นปราชญ์ใหญ่ของอีสานที่ยังมีชีวิตอยู่ในปัจจุบัน ที่ทำคุณประโยชน์อย่างใหญ่หลวงต่อสังคมอีสานเรา วรรณกรรมเรื่องย่าสอนหลานที่ผมใช้อ้างอิงในการเล่าเรื่องในครั้งนี้ พ่อใหญ่ปรีชา พิณทอง ได้อธิบายคำศัพท์อีสานโบราณไว้อย่างละเอียด ทำให้ง่ายต่อการทำความเข้าใจและตีความ</p>
<p>ย่าสอนหลาน ได้เสนอแนวทางในการปฏิบัติตนในการอยู่ร่วมกันในสังคมไว้เป็นข้อๆ เรียกได้ว่าเป็น HOW TO ฉบับโบราณอีสานก็ย่อมได้ โดยแบ่งไว้ชัดเจนดังนี้</p>
<p>แนวทางที่ 1. ว่าด้วยการสอนให้ศึกษาเล่าเรียน<br />
แนวทางที่ 2. ว่าด้วยการสอนคนให้เป็นคน<br />
แนวทางที่ 3. ว่าด้วยการสอนให้รู้จักทำบุญ<br />
แนวทางที่ 4. สอนให้รู้จักกินอยู่<br />
แนวทางที่ 5. สอนให้รู้จักบาป บุญ คุณ โทษ<br />
แนวทางที่ 6. สอนไม่ให้ลืมตัว<br />
แนวทางที่ 7. สอนให้รู้จักการทำงาน<br />
แนวทางที่ 8. สอนเกี่ยวกับการพูดจา<br />
แนวทางที่ 9. สอนให้ละบาปสร้างบุญ</p>
<p>นี่เป็นประเด็นที่ย่าสอนหลานให้ประพฤติปฏิบัติเพื่อให้อยู่ในสังคมอย่างมีความสุข เป็นการสอนที่มุ่งการเปลี่ยนแปลงจากภายใน อันเป็นวิถีคิดแบบตะวันออก หากพูดกันตามภาษาสมัยใหม่ก็คงเรียกได้ว่า เป็น “9 กลยุทธ์ในการใช้ชีวิตอย่างมีความสุข” หรือ “How to make yourself to be a good Man …” หรืออะไรสักอย่างทำนองนี้</p>
<p>เพียงเก้าข้อเท่านี้แหละครับ ก็สามารถบันดาลให้มนุษย์ทั้งหลายสงบสุขได้ ถ้ายึดถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัด จะว่าไปแล้ว 9 แนวทางนี้ก็ล้วนแต่อยู่ภายใต้บทบัญญัติศีลห้า และพรหมวิหารสี่ อันเป็นหลักพื้นฐานของพระพุทธศาสนา โดยนำมาอธิบายให้ง่ายขึ้น มีแนวทางปฏิบัติชัดเจน</p>
<p>คราวหน้ามาว่ากันในรายละเอียดของประเด็นต่างๆที่ปรากฏในย่าสอนหลาน มรดกภูมิปัญญาอีสานในงานวรรณกรรม ที่มีส่วนในการสร้างความแข็งแกร่งให้แก่สังคมอีสานในกาลที่ผ่านมา.</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://kosolbookmania.com/?feed=rss2&amp;p=52</wfw:commentRss>
		<slash:comments>4</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>อักษรสาร : สื่อกลางคนสร้างอักษร อีกหนึ่งลมหายใจของโลกหนังสือ</title>
		<link>http://kosolbookmania.com/?p=50</link>
		<comments>http://kosolbookmania.com/?p=50#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 04 Nov 2008 07:15:16 +0000</pubDate>
		<dc:creator>โกศล อนุสิม</dc:creator>
				<category><![CDATA[เอามาอ่าน]]></category>
		<category><![CDATA[นิตยสารอักษรสาร]]></category>
		<category><![CDATA[วันนักเขียน]]></category>
		<category><![CDATA[สมาคมนักเขียน]]></category>
		<category><![CDATA[เอก อัคคี]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://kosolbooks.kosolnet.com/?p=52</guid>
		<description><![CDATA[ 
การเกิดขึ้นและล้มหายตายจากของนิตยสารในแวดวงหนังสือ อันได้แก่ เรื่องเกี่ยวกับนักเขียน สำนักพิมพ์ และนักอ่าน ของไทย นับเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นอย่างธรรมดาสามัญ ล่าสุด ก็เกิดขึ้นอีกแล้ว คือ อักษรสาร นิตยสารสื่อกลางคนสร้างอักษร ฉบับที่นำมาแนะนำนี้เป็นฉบับที่ 3 เดือนพฤษภาคม 2551 ประเด็นใหญ่ที่นำเสนอคือเรื่อง 5 พฤษภาคม วันนักเขียน

สำหรับผู้ที่อาจหาญชาญชัยขี่หลังเสือทำหนังสือเล่มนี้ก็คือ เอก อัคคี ชื่อนี้เป็นชื่อที่รับประกันถึงความเป็นมืออาชีพในการทำหนังสือได้เป็นอย่างดี เขาเป็นทั้งบรรณาธิการและคนทำหนังสือที่มีฝีมือคนหนึ่ง ซึ่งปั้นแต่งหนังสือที่ประสบความสำเร็จหลายเรื่องสู่สายตาของนักอ่าน ควงคู่มากับ เสกสรร สุขวัฒโณ เพื้อนซี้คู่กายคู่ใจ ช่วยกันบรรจงปั้นแต่งนิตยสารเล่มนี้จนออกมาดูดีในด้านเนื้อหา สมกับเป็นนิตยสารสื่อกลางของคนสร้างอักษรได้ในระดับที่น่าชื่นชมในความตั้งใจ
หากไม่นับ “จุดประกายวรรณกรรม” หนังสือพิมพ์ขนาดแทบลอยด์ที่สอดแทรกมากับหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจฉบับวันอาทิตย์แล้ว ก็ไม่เห็นมีหนังสือเกี่ยวกับแวดวงวรรณกรรมตามแผงหนังสือ เมื่อมี อักษรสาร ขึ้นมาก็พอจะทำให้ใจชื้นอยู่บ้างว่า ลมหายใจของนิตยสารในแวดวงโลกหนังสือยังมีอยู่ (ที่ไม่นับ ช่อการะเกด วารสารหนังสือใต้ดิน ฯลฯ ก็เพราะเหตุผลที่หนังสือดังกล่าวเป็นหนังสือเฉพาะกลุ่ม ซึ่งจะขอแนะนำแยกไปต่างหาก)
เนื้อหาในฉบับเดือนพฤษภาคม เน้นเรื่องของสมาคมนักเขียน เพราะเป็นเดือนแห่งนักเขียน โดยวันที่ 5พฤษภาคม เป็นวันนักเขียน ซึ่งเป็นจุดกำเนิดของการก่อตั้งสมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย โดยนักเขียนรุ่นก่อตั้งสองคนคือ ภราดร ศักดา กับ สุภาว์ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: justify;"> </p>
<p style="text-align: justify;"><a href="http://bookreader.kosolnet.com/wp-content/uploads/2008/11/aksornsarn.jpg"><img class="alignleft size-full wp-image-53" style="margin: 20px 15px; border: 0px;" title="aksornsarn" src="http://bookreader.kosolnet.com/wp-content/uploads/2008/11/aksornsarn.jpg" alt="" width="220" height="314" /></a>การเกิดขึ้นและล้มหายตายจากของนิตยสารในแวดวงหนังสือ อันได้แก่ เรื่องเกี่ยวกับนักเขียน สำนักพิมพ์ และนักอ่าน ของไทย นับเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นอย่างธรรมดาสามัญ ล่าสุด ก็เกิดขึ้นอีกแล้ว คือ <strong>อักษรสาร</strong> นิตยสารสื่อกลางคนสร้างอักษร ฉบับที่นำมาแนะนำนี้เป็นฉบับที่ 3 เดือนพฤษภาคม 2551 ประเด็นใหญ่ที่นำเสนอคือเรื่อง <strong>5 พฤษภาคม วันนักเขียน</strong></p>
<p style="text-align: justify;"><span id="more-50"></span></p>
<p style="text-align: justify;">สำหรับผู้ที่อาจหาญชาญชัยขี่หลังเสือทำหนังสือเล่มนี้ก็คือ <strong>เอก อัคคี</strong> ชื่อนี้เป็นชื่อที่รับประกันถึงความเป็นมืออาชีพในการทำหนังสือได้เป็นอย่างดี เขาเป็นทั้งบรรณาธิการและคนทำหนังสือที่มีฝีมือคนหนึ่ง ซึ่งปั้นแต่งหนังสือที่ประสบความสำเร็จหลายเรื่องสู่สายตาของนักอ่าน ควงคู่มากับ <strong>เสกสรร สุขวัฒโณ</strong> เพื้อนซี้คู่กายคู่ใจ ช่วยกันบรรจงปั้นแต่งนิตยสารเล่มนี้จนออกมาดูดีในด้านเนื้อหา สมกับเป็นนิตยสารสื่อกลางของคนสร้างอักษรได้ในระดับที่น่าชื่นชมในความตั้งใจ</p>
<p style="text-align: justify;">หากไม่นับ <strong>“จุดประกายวรรณกรรม”</strong> หนังสือพิมพ์ขนาดแทบลอยด์ที่สอดแทรกมากับหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจฉบับวันอาทิตย์แล้ว ก็ไม่เห็นมีหนังสือเกี่ยวกับแวดวงวรรณกรรมตามแผงหนังสือ เมื่อมี <strong>อักษรสาร</strong> ขึ้นมาก็พอจะทำให้ใจชื้นอยู่บ้างว่า ลมหายใจของนิตยสารในแวดวงโลกหนังสือยังมีอยู่ (ที่ไม่นับ <strong>ช่อการะเกด วารสารหนังสือใต้ดิน</strong> ฯลฯ ก็เพราะเหตุผลที่หนังสือดังกล่าวเป็นหนังสือเฉพาะกลุ่ม ซึ่งจะขอแนะนำแยกไปต่างหาก)</p>
<p style="text-align: justify;">เนื้อหาในฉบับเดือนพฤษภาคม เน้นเรื่องของสมาคมนักเขียน เพราะเป็นเดือนแห่งนักเขียน โดยวันที่ 5พฤษภาคม เป็นวันนักเขียน ซึ่งเป็นจุดกำเนิดของการก่อตั้งสมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย โดยนักเขียนรุ่นก่อตั้งสองคนคือ <strong>ภราดร ศักดา</strong> กับ <strong>สุภาว์ เทวกุล</strong> มาบอกเล่าประวัติความเป็นมาของสมาคมนักเขียนและวันนักเขียนผ่านเรื่อง “ย้อนรอยประวัติสมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย” อันมีต้นเรื่องมาจาการรวมตัวกันเพื่อช่วยเหลือนักเขียนผู้หนึ่งคือ <strong>“อรวรรณ”</strong> นักเขียนผู้โด่งดังคนหนึ่งในยุคนั้น ส่วนรายละเอียดจะเป็นมาอย่างไร ต้องอ่านเรื่องในเล่มจึงจะได้อรรถรส</p>
<p style="text-align: justify;">เรื่องที่น่าสนใจอีกเรื่องหนึ่ง คือ <strong>“56 ปี จับตาย”</strong> อันเป็นเรื่องเล่าเกี่ยวกับเรื่องสั้นขนาดยาวของ <strong>มนัส จรรยงค์</strong> คือเรื่อง “จับตาย” เรียบเรียงโดย <strong>สุริยฉัตร แก้วทอง</strong> กองบรรณาธิการของอักษรสาร ได้เล่าถึงเบื้องหลัง ที่มาของเรื่องสั้นเรื่องนี้ โดยอ้างอิงจากเอกสารที่ได้มีการบันทึกไว้โดยคนที่รู้จักมนัส จรรยงค์ รวมถึงลูกชายคือ <strong>มนู จรรยงค์</strong></p>
<p style="text-align: justify;">เรื่องสั้น “จับตาย” ถือว่าเป็นเรื่องสั้นที่ยิ่งใหญ่เรื่องหนึ่งของไทย ได้รับกล่าวถึงและอ้างอิงอยู่เสมอ ความยิ่งใหญ่ของ “จับตาย” นั้นได้รับการตีพิมพ์เผยแพร่ซ้ำตลอดระยะเวลา 65 ปีที่ผ่านมา มีการสร้างเป็นภาพยนตร์ และได้แปลเป็นภาอังกฤษตีพิมพ์ในนิตยสาร Span ของสมาคมนักเขียนแห่งประเทศออสเตรเลีย เมื่อได้รับการตีพิมพืแล้ว มนู จรรยงค์ ลูกชายของมนัส จรรยงค์ บันทึกไว้ว่า เป็นเรื่องที่ “พ่อผิดหวังมากที่สุด”</p>
<p style="text-align: justify;">ทำไม มนัส จรรยงค์ ต้องผิดหวัง เมื่อเรื่องสั้นได้รับการตีพิมพ์ในประเทศฝรั่ง ต้องอ่านเอาเอง</p>
<p style="text-align: justify;">นอกจากนี้แล้ว ยังมีเรื่องราวอีกมากมายที่ เอก อัคคี นำมาเล่าไว้ในนิตยสารเล่มนี้ ทั้งเรื่องนักเขียน หนังสือ ในไทยและต่างประเทศ ความเคลื่อนไหวต่างๆที่ผ่านมา ที่น่าชื่นชมอีกอย่างหนึ่งก็คือ การจัดทำบันทึกเหตุการณ์สำคัญๆในประวัติสาสตร์โลกที่เกิดขึ้นในแต่ละเดือนที่หนังสืออกกวางตลาด เช่น ในฉบับเดือนพฤษภาคม บอกว่า 8 พฤษภาคม 2429 เรื่องดื่มโค้กได้ออกจำหน่ายครั้งแรก และเมื่อร้อยกว่าปีผ่านไป โค้กก็ไหลบ่าจนท่วมกระเพาะของคนทั่วโลก นำมาซึ่งโรคฟันผุ โรคอ้วน และอีกสารพัด แต่ก็ยังพัดเงินออกจากกระเป่าของคนไปอย่างไม่หยุดหย่อน รวมถึงคนไทยในยุคสารพัดม็อบนี้ด้วย…</p>
<p style="text-align: justify;">นี่เป็นอีกลมหายใจหนึ่งของนิตยสารเพื่อวงการหนังสือ ที่เกิดๆดับๆตลอดมาในเมืองไทย และหวังว่าจะมีลมหายใจยาวนานไปเรื่อยๆ สมความตั้งใจของผู้ทำที่ทุ่มเทกันอย่างหนัก</p>
<p style="text-align: justify;">เมื่อคนทำหนังสือทุ่มเทขนาดนั้น ก็ขึ้นอยู่กับคนอ่านว่าจะทุ่มเทขนาดไหน ราคาหนังสือ 45 บาท นับว่าคุ้มเกินคุ้ม หากต้องการรู้ข่าวสารหนังสือ-นักเขียน และเรื่องราวประเทืองปัญญา (แต่หากจะรับเรื่องราวอันไร้สาระทำให้ร่องสมองตื้นเขินล่ะก็ โปรดอย่าซื้อหนังสือนี้เป็นอันขาด) ถ้ายอมทุ่ม 45 บาททุกๆเดือนเพื่อซื้อ อักษรสาร มาอ่าน ก็นับได้ว่าเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าทางปัญญาอยู่มาก</p>
<p style="text-align: justify;"><strong>ท่านผู้อ่านจะทุ่มไหม?</strong></p>
<p style="text-align: justify;">โกศล อนุสิม</p>
<p style="text-align: justify;">๗ มิถุนายน ๒๕๕๑</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://kosolbookmania.com/?feed=rss2&amp;p=50</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Amazing Amazon.com มหัศจรรย์เงินล้านผ่านเน็ต คู่มือหาเงินของสาวกอเมซอน</title>
		<link>http://kosolbookmania.com/?p=47</link>
		<comments>http://kosolbookmania.com/?p=47#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 04 Nov 2008 07:08:11 +0000</pubDate>
		<dc:creator>โกศล อนุสิม</dc:creator>
				<category><![CDATA[เอามาอ่าน]]></category>
		<category><![CDATA[Amazing Amazon.com]]></category>
		<category><![CDATA[Amazon Affiliate]]></category>
		<category><![CDATA[Amazon aStore]]></category>
		<category><![CDATA[Amazon Book]]></category>
		<category><![CDATA[หนังสืออเมซอน]]></category>
		<category><![CDATA[หารายได้ผ่านเน็ต]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://kosolbooks.kosolnet.com/?p=49</guid>
		<description><![CDATA[ 
ผมตั้งใจจะแนะนำหนังสือเล่มนี้นานแล้ว แต่มัวไปทำเงินล้านผ่านเน็ตอยู่ (ฮา) เลยไม่มีโอกาสแนะนำ ตอนนี้พอสบจังหวะจึงหยิบขึ้นมาบอกเล่าให้อ่านกัน เผื่อว่า สาวกของอเมซอนจะได้ประโยชน์เพิ่มเติมขึ้นบ้าง

หนังสือเล่มนี้ชื่อเต็มๆยาวๆว่า “Amazing Amazon.com มหัศจรรย์เงินล้านผ่านเน็ต” เขียนโดย พิลาศลักษณ์ สุวีรยนนท์ บอกว่าเขียนจากประสบการณ์ตรง เช่นเดียวกับที่ สิทธิศักดิ์ บุญมาก เขียนเรื่อง “สอนให้รวยด้วย Amazon” ก่อนหน้าเล่มนี้ เป็นหนังสือขายดีพิมพ์หลายครั้งจนผู้เขียนรวยล่วงหน้าไปก่อนเรียบร้อยโรงเรียนอเมซอน
“Amazing Amazon.com มหัศจรรย์เงินล้านผ่านเน็ต” ประกอบด้วยเนื้อหามากมายหลายหลากเรื่องการทำร้านขายของกับอเมซอน รวมถึงเทคนิคกลยุทธ์ต่างๆที่จะทำให้ยอดขายพุ่งกระฉูด ในหนังสือเขาบอกไว้ทำนองนี้ โดยมีประเด็นหลักๆที่สรุปไว้ให้รู้บนปก ประกอบด้วย
 
-เทคนิคการหารายได้ตามสไตล์ Affiliate Marketing แค่ลงทุนน้อย ไม่ต้องมีสินค้า ไม่ต้องมีหน้าร้าน ไม่ต้องจัดส่งสินค้า และไม่ต้องมีเว็บไซต์ เพราะทุกอย่างอเมซอนจัดให้
-สารพันวิธีการสร้างลิงก็ดึงลูกค้าเข้ามาเยี่ยมชมและสั่งซื้อภายใน 24 ชั่วโมง
-กลเม็ดการขายแบบรวมมิตร aStore+SEO และ PPC ไปจนถึงการหา Keyword
และยังบอกแบบเปิดอกว่า เป็นประสบการณ์ตรงของผู้เขียนคือ พิลาศลักษณ์ สุวรียนนท์ ที่ไม่มีการปิดบัง ช่วยสร้างอาชีพเสริมที่อาจนำไปสู่อาชีพหลัก หากทำอย่างต่อเนื่องและถูกวิธี มีสิทธิสัมผัสเงินล้าน! 
ผมอ่านแล้วและนำไปใช้ประโยชน์ในการทำงานได้ดีเหมือนกันครับ ข้อแนะนำที่ผู้เขียนได้แสดงไว้ในหนังสือเล่มนี้ ก็เป็นข้อแนะนำที่ดี มีประโยชน์ ในฐานะที่เป็นผุ้เพิ่งเข้าสู่กระบวนการเรียนรู้และปฏิบัติ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p> </p>
<p><a href="http://bookreader.kosolnet.com/wp-content/uploads/2008/11/amazinamzon.bmp"><img class="alignleft size-full wp-image-50" style="margin: 20px 15px; border: 0px;" title="amazinamzon" src="http://bookreader.kosolnet.com/wp-content/uploads/2008/11/amazinamzon.bmp" alt="" width="209" height="310" /></a>ผมตั้งใจจะแนะนำหนังสือเล่มนี้นานแล้ว แต่มัวไปทำเงินล้านผ่านเน็ตอยู่ (ฮา) เลยไม่มีโอกาสแนะนำ ตอนนี้พอสบจังหวะจึงหยิบขึ้นมาบอกเล่าให้อ่านกัน เผื่อว่า สาวกของอเมซอนจะได้ประโยชน์เพิ่มเติมขึ้นบ้าง<br />
<span id="more-47"></span><br />
หนังสือเล่มนี้ชื่อเต็มๆยาวๆว่า <strong>“Amazing Amazon.com มหัศจรรย์เงินล้านผ่านเน็ต”</strong> เขียนโดย <strong>พิลาศลักษณ์ สุวีรยนนท์</strong> บอกว่าเขียนจากประสบการณ์ตรง เช่นเดียวกับที่ <strong><a style="cursor: pointer;" href="http://makemany.com/"><span style="color: #2c79d5;">สิทธิศักดิ์ บุญมาก</span></a></strong> เขียนเรื่อง <strong><a style="cursor: pointer;" href="http://www.kosoltalk.com/archives/5"><span style="color: #2c79d5;">“สอนให้รวยด้วย Amazon”</span></a></strong> ก่อนหน้าเล่มนี้ เป็นหนังสือขายดีพิมพ์หลายครั้งจนผู้เขียนรวยล่วงหน้าไปก่อนเรียบร้อยโรงเรียนอเมซอน</p>
<p><strong>“Amazing Amazon.com มหัศจรรย์เงินล้านผ่านเน็ต”</strong> ประกอบด้วยเนื้อหามากมายหลายหลากเรื่องการทำร้านขายของกับอเมซอน รวมถึงเทคนิคกลยุทธ์ต่างๆที่จะทำให้ยอดขายพุ่งกระฉูด ในหนังสือเขาบอกไว้ทำนองนี้ โดยมีประเด็นหลักๆที่สรุปไว้ให้รู้บนปก ประกอบด้วย</p>
<p> </p>
<p>-เทคนิคการหารายได้ตามสไตล์ Affiliate Marketing แค่ลงทุนน้อย ไม่ต้องมีสินค้า ไม่ต้องมีหน้าร้าน ไม่ต้องจัดส่งสินค้า และไม่ต้องมีเว็บไซต์ เพราะทุกอย่างอเมซอนจัดให้</p>
<p>-สารพันวิธีการสร้างลิงก็ดึงลูกค้าเข้ามาเยี่ยมชมและสั่งซื้อภายใน 24 ชั่วโมง</p>
<p>-กลเม็ดการขายแบบรวมมิตร aStore+SEO และ PPC ไปจนถึงการหา Keyword</p>
<p>และยังบอกแบบเปิดอกว่า เป็นประสบการณ์ตรงของผู้เขียนคือ พิลาศลักษณ์ สุวรียนนท์ ที่ไม่มีการปิดบัง ช่วยสร้างอาชีพเสริมที่อาจนำไปสู่อาชีพหลัก หากทำอย่างต่อเนื่องและถูกวิธี มีสิทธิสัมผัสเงินล้าน! </p>
<p>ผมอ่านแล้วและนำไปใช้ประโยชน์ในการทำงานได้ดีเหมือนกันครับ ข้อแนะนำที่ผู้เขียนได้แสดงไว้ในหนังสือเล่มนี้ ก็เป็นข้อแนะนำที่ดี มีประโยชน์ ในฐานะที่เป็นผุ้เพิ่งเข้าสู่กระบวนการเรียนรู้และปฏิบัติ ยอมรับว่าได้ประโยชน์เป็นอย่างมาก ได้การผลักดันความฝันสู่ความจริง สักวันหนึ่งข้างหน้า</p>
<p>โดยส่วนตัว ผมอยากให้ผุ้รู้ทั้งหลายที่ประสบความสำเร็จแล้ว ช่วยกันเขียนหนังสือออกมามากๆ นำเทคนิคต่างๆที่ทำได้แล้วมาเผยแพร่ให้เพื่อนร่วมชาติได้ลองนำไปใช้บ้าง เหมือนที่คุณสิทะศักดิ์ บุญมาก และ คุณ พิลาศลักษณ์ สุวรียนนท์ ได้เขียนออกมา หลายๆเรื่องยิ่งจะทำให้เกิดองค์ความรู้ที่เป็นระบบมากยิ่งขึ้น นอกจากทำให้ผู้เขียนผู้อ่านได้ประโยชน์แล้ว ยังจะทำให้สังคมได้ประโยชน์ทางอ้อมอย่างยิ่งยวดอีกด้วย</p>
<p>หนังสือจัดพิมพ์โดยสำนักพิมพ์ WITTY GROUP พิมพ์สี่สีทั้งเล่ม หนา 240 หน้า ราคา 169 บาท แต่ถ้าเป็นสมาชิกร้านหนังสือ ส่วนมากก็จะได้ลดราคา 5-10 % คอหนังสือคงรู้กันอยู่แล้ว หรือสั่งซื้อโดยตรงจากสำนักพิมพ์ก็มีส่วนลดให้ แต่จะลดแบบไหน อย่างไรก็เข้าไปดูที่ <a style="cursor: pointer;" href="http://www.witty.co.th/"><span style="color: #2c79d5;">Witty.co.th </span></a>และที่  <a style="cursor: pointer;" href="http://www.witty.net/"><span style="color: #2c79d5;">Witty.net</span></a> ได้ตามอำเภอใจและตามอัธยาศัย</p>
<p>หากมีโอกาส สาวกทั้งเก่าใหม่ของ Amazon.com ก็น่าจะหามาอ่านดูนะครับ รับรองว่าเกิดประโยชน์มากว่าโทษอย่างแน่นอน แต่ใครจะได้ประโยชน์มากแค่ไหน เพียงใด ก็ขึ้นอยู่กับฝีมือแล้วแหละครับ เรียนสถาบันเดียวกัน ห้องเดียวกัน ครูเดียวกัน แต่รวยไม่เท่ากัน ฉันใดก็ฉันนั้นแล</p>
<p>เอาเป็นว่า หนังสือ <strong>Amazing Amazon.com มหัศจรรย์เงินล้านผ่านเน็ต</strong> เล่มนี้ก็เป็นคู่มือหาเงินของสาวกอเมซอนได้เช่นกัน.</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://kosolbookmania.com/?feed=rss2&amp;p=47</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Webmaster เครื่องมือลับ Google</title>
		<link>http://kosolbookmania.com/?p=42</link>
		<comments>http://kosolbookmania.com/?p=42#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 04 Nov 2008 06:57:27 +0000</pubDate>
		<dc:creator>โกศล อนุสิม</dc:creator>
				<category><![CDATA[หาเงินผ่านอินเตอร์เน็ต]]></category>
		<category><![CDATA[Google Adsense]]></category>
		<category><![CDATA[Google Adwords]]></category>
		<category><![CDATA[Search Engine]]></category>
		<category><![CDATA[SEO]]></category>
		<category><![CDATA[Webmaster]]></category>
		<category><![CDATA[ปภาดา อมรนุรัตน์กุล]]></category>
		<category><![CDATA[หนังสือ Google Web]]></category>
		<category><![CDATA[หาเงินออนไลน์กับ Google]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://kosolbooks.kosolnet.com/?p=43</guid>
		<description><![CDATA[
ในบรรดาผู้เป็นเจ้าของเว็บไซต์และบล็อกทั้งหลาย คงกระหายที่จะให้เว็บไซต์หรือบล็อกของตนปรากฏอยู่ในหน้าต้นๆของการค้นหาใน Search Engine ต่างๆ โดยเฉพาะ Google Search เป็นแน่แท้ ยิ่งเว็บหรือบล็อกที่เกี่ยวข้องกับการค้าขาย การทำธุรกิจออนไลน์ Blog Marketing , Make Money online, Affiliate Business หรือกระทั่ง aStore ของคู่ค้าที่ทำธุรกิจกับ Amazon.com ก็ย่อมปรารถนาปรากฏอยู่บนหน้าหนึ่งของ Google ด้วยกันทั้งสิ้น

สำหรับผู้ที่มีความรู้เรื่อง Search Engine ก็ได้เปรียบ แต่สำหรับผู้ไม่รู้และอ่านภาฝรั่งไม่ออก ก็คงต้องปล่อยไปตามมีตามเกิด ถ้าไม่มีผู้รู้แบ่งปันความรู้ แต่ปัจจุบันนี้นับว่าเป็นเรื่องที่ดีเป็นอย่างมาก ที่มีผู้รู้เขียนหนังสือเกี่ยวกับเรื่องการทำให้เว็บไซต์และบล็อกปรากฎอยู่ในหน้าที่โดดเด่นของ Search Engine ทั้งหลาย นั่นคือหน้าหนึ่งของ Google ,yahoo, live, msn เป็นต้น
หนึ่งในหนังสือดังกล่าวก็คือ Google Webmaster เครื่องมือลับ Google สำหรับเว็บมาสเตอร์ ที่กำลังจะแนะนำนี้
หนังสือเล่มนี้ เขียนโดย ปภาดา อมรนุรัตน์กุล หรือที่รู้จักกันในชื่อเล่นว่า “เปิ้ล” เจ้าของบล็อก [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://bookreader.kosolnet.com/wp-content/uploads/2008/11/googlebook.jpg"><img class="alignleft size-full wp-image-44" style="margin: 20px 15px; border: 0px;" title="googlebook" src="http://bookreader.kosolnet.com/wp-content/uploads/2008/11/googlebook.jpg" alt="" width="250" height="321" /></a></p>
<p>ในบรรดาผู้เป็นเจ้าของเว็บไซต์และบล็อกทั้งหลาย คงกระหายที่จะให้เว็บไซต์หรือบล็อกของตนปรากฏอยู่ในหน้าต้นๆของการค้นหาใน Search Engine ต่างๆ โดยเฉพาะ Google Search เป็นแน่แท้ ยิ่งเว็บหรือบล็อกที่เกี่ยวข้องกับการค้าขาย การทำธุรกิจออนไลน์ Blog Marketing , Make Money online, Affiliate Business หรือกระทั่ง aStore ของคู่ค้าที่ทำธุรกิจกับ Amazon.com ก็ย่อมปรารถนาปรากฏอยู่บนหน้าหนึ่งของ Google ด้วยกันทั้งสิ้น</p>
<p><span id="more-42"></span></p>
<p>สำหรับผู้ที่มีความรู้เรื่อง Search Engine ก็ได้เปรียบ แต่สำหรับผู้ไม่รู้และอ่านภาฝรั่งไม่ออก ก็คงต้องปล่อยไปตามมีตามเกิด ถ้าไม่มีผู้รู้แบ่งปันความรู้ แต่ปัจจุบันนี้นับว่าเป็นเรื่องที่ดีเป็นอย่างมาก ที่มีผู้รู้เขียนหนังสือเกี่ยวกับเรื่องการทำให้เว็บไซต์และบล็อกปรากฎอยู่ในหน้าที่โดดเด่นของ Search Engine ทั้งหลาย นั่นคือหน้าหนึ่งของ Google ,yahoo, live, msn เป็นต้น</p>
<p>หนึ่งในหนังสือดังกล่าวก็คือ Google Webmaster เครื่องมือลับ Google สำหรับเว็บมาสเตอร์ ที่กำลังจะแนะนำนี้</p>
<p>หนังสือเล่มนี้ เขียนโดย<strong> ปภาดา อมรนุรัตน์กุล</strong> หรือที่รู้จักกันในชื่อเล่นว่า “เปิ้ล” เจ้าของบล็อก Goople-adsense.com ที่เผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับการหารายได้ทางอินเตอร์เน็ตด้วย Google Adsense จัดพิมพ์โดยสำนักพิมพ์ TARADedu.com ราคา 162 บาท พิมพ์สี่สีทั้งเล่ม พิมพ์ครั้งแรกเดือนเมษายน 2551 </p>
<p>เนื้อหาในหนังสือก็เป็นไปตามที่บอกไว้ที่ชื่อหนังสือ นั่นคือ เสนอข้อมูลและวิธีการใช้เครื่องมือปรับแต่งเว็บไซต์สำหรับเว็บมาสเตอร์และบล็อกเกอร์ ที่ Google ได้จัดหาไว้ให้บนเว็บไซต์ Google.com และที่สำคัญเครื่องมือทั้งหลายทั้งปวงที่ผู้เขียนนำมาบอกเล่าไว้นี้ ล้วนแต่เป็นของฟรีทั้งสิ้น</p>
<p><!--more--></p>
<p>การจัดเรียงลำดับเนื้อหา เริ่มจาการปูพื้นฐานให้รู้จักและเข้าใจเกี่ยวกับการทำเว็บไซต์และบล็อก การเป็นเว็บมาสเตอร์ที่ดี จากนั้นก็ทำความรู้จักกับศูนย์รวมเครื่องมือสำหรับเว็บมาสเตอร์ คือ Google Webmaster Central ที่มีเครื่องมือมามายหลายหลาก ตั้งแต่การเพิ่มชื่อเว็บไซต์ หรือ url เข้าไปในฐานข้อมูลของ Google เพื่อให้ Google Bot มาเก็บข้อมูลเว็บไซต์ การทำ (Sitemap.xml )การวิเคราะห์ไฟล์โรบอท (analyze robots.txt การสร้างไฟล์ robots.txt ตลอดจนการวิเคราะห์สถิติคนเข้าชมเว็บไซต์ด้วยเครื่องมือของ Google Webmaster Central เพื่อการวางแผนในการดำเนินธุรกิจผ่านเว็บไซต์หรือบล็อกให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้สามารถปรับปรุง ปรับแต่ง และวางแผนทำกิจกรรมต่างๆเพื่อหารายได้จากเว็บไซต์ได้ดียิ่งขึ้น<img class="alignright" style="float: right; margin: 10px 20px; border-width: 0px;" src="http://goople-adsense.com/uploaded_images/2_resize-727775.jpg" alt="" width="247" height="164" /></p>
<p>นอกจากให้ข้อมูลและเทคนิคการทำเว็บไซต์ให้ติด Index แล้ว ผู้เขียนหนังสือเล่มนี้คือ ปภาดา อมรนุรัตน์กุล ยังแนะนำสิ่งที่เป้นประโยชน์อย่างยิ่งแก่ผู้สนใจการหารายได้ด้วย Google Adwords และ Google Adsene โดยมีเนื้อหาละเอียดพอสมควร                    </p>
<p><span style="color: #3366ff;">      ปภาดา อมรนุรัตน์กุล &gt;&gt; </span></p>
<p>สำหรับผู้ที่ยังไม่เกี่ยวกับการหารายได้จากกิจกรรมทั้งสองของกูเกิ้ลก็ขอกล่าวที่นี่พอสังเขป คือ Google Adwords นั้นเป็นการโฆษณาเว็บไซต์ผ่านหน้าค้นหาของ Google โดยเจ้าของเว็บไซต์หรือบล็อกที่เป็นเจ้าของสินค้าและบริการเป็นผู้ลงโฆษณากิจการของตน ส่วน Google Adsene นั้นเจ้าของเว็บไซต์หรือบล็อกนำโฆษณามาลงในเว็บไซต์ของตน โดยผ่านระบบการจัดการของ Google เมื่อมีคนคลิกเข้าไปอ่าน Google ก็จะจ่ายค่าตอบแทนให้เจ้าของเว็บไซต์หรือบล็อกนั้น และเรียกเก็บค่าโฆษณาจากเจ้าของเว็บไซต์หรือบล็อกที่เป็นเจ้าของสินค้าที่คนคลิกเข้าไปดู สรุปแล้ว Google เป็นตัวกลางอำนวยความสะดวกให้ทุกฝ่าย โดยคิดค่าบริหารจัดการจากเจ้าของสินค้าและบริการนั่นเอง</p>
<p>หนังสือเล่มนี้เสนอเทคนิคและการทำ Google Adwords สำหรับเจ้าของเว็บไซต์สินค้าและบริการ ตั้งแต่ขั้นตอนเริ่มแรกคือการสมัครใช้บริการกับกูเกิล เทคนิคการเขียนคำโฆษณา บริหารจัดการเรื่องต้นทุนและเวลาในการทำโฆษณา ส่วนเรื่องหารายได้โดย ส่วน Google Adsene ตั้งแต่ขั้นตอนแรกจนขั้นตอนสุดท้ายเช่นกัน</p>
<p>นอกจากนี้ยังให้ความรู้เกี่ยวกับการปรับแต่งเว็บไซต์ด้วยเครื่องมือที่เรียกว่า Web Optimizer และเทคนิคสิ่งละอันพันละน้อยต่างๆไว้ให้เป็นจำนวนมาก ซึ่งเชื่อว่าจะเป็นประโยชน์แก่ผู้อ่านและนำไปใช้เป็นอย่างมาก</p>
<p> <a style="cursor: pointer;" href="http://successadsense.com/?successadsense=3956"><img class="alignleft" style="float: left; margin: 20px; border-width: 0px;" src="http://www.kosoltalk.com/wp-content/themes/magonwood/images/success-adsense.jpg" alt="Adsense Affiliate ของ ปภาดา สนใจคลิกที่รูปภาพนี้" width="125" height="125" /></a></p>
<p><span style="color: #0000ff;">     ………………………………</span></p>
<p><span style="color: #0000ff;">&lt;&lt; Adsene Success  Affiliate ของปภาดา</span> <a style="cursor: pointer;" href="http://successadsense.com/?successadsense=3956"><strong></strong></a><br />
<span style="color: #0000ff;">      <a style="cursor: pointer;" href="http://successadsense.com/?successadsense=3956"><strong><span style="color: #0000ff;">สนใจคลิกที่ภาพหรือที่นี่</span></strong></a></span></p>
<p><span style="color: #0000ff;">      ………………………………</span></p>
<p> </p>
<p>ปภาดา อมรนุรัตน์กุล ได้กล่าวไว้ในคำนำตอนหนึ่งว่า การเขียนหนังสือเล่มนี้ขึ้นมาเพื่อเป็นคู่มือให้แก่เว็บมาสเตอร์ได้ใช้เครื่องมือที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด และเธอได้ย้ำว่า “…จะเป็นการตอกย้ำให้ทุกคนได้ทราบว่า Google นั้นเป็นมากว่า Search Engineที่ใช้ในการค้นหาข้อมูล เพราะ Google เสริมบริการต่างๆมากมาย…” ซึ่ง เธอได้นำมาแนะนำเพียงบางส่วนเท่านั้น</p>
<p>เมื่อซื้อหนังสือมาอ่านแล้วทำให้รู้ว่า ของฟรีดีๆก็มีอยู่มากมายบนเว็บไซต์ของกูเกิล พอทำตามที่แนะนำในหนังสือก็ทำให้รู้ว่า ของฟรีดีๆที่ใช้ได้จริงก็มีมาก หากเว็บมาสเตอร์มือเก่ามือใหม่ รวมถึงบล็อกเกอร์ทั้งหลายสนใจในการสร้างเว็บและบล็อกให้ติด Index หน้าแรกๆของ Google Search แต่ยังไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นอย่างไร หนังสือเล่มนี้ก็จะช่วยเริ่มต้นได้ดีทีเดียว</p>
<p><strong>โกศล อนุสิม</strong><br />
๓ กรกฎาคม ๒๕๕๑</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://kosolbookmania.com/?feed=rss2&amp;p=42</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Travel Affiliate Programs เที่ยวไปรวยไป</title>
		<link>http://kosolbookmania.com/?p=36</link>
		<comments>http://kosolbookmania.com/?p=36#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 04 Nov 2008 06:41:23 +0000</pubDate>
		<dc:creator>โกศล อนุสิม</dc:creator>
				<category><![CDATA[เอามาอ่าน]]></category>
		<category><![CDATA[Hotels Affiliate Programs]]></category>
		<category><![CDATA[Travel Affiliate Programs]]></category>
		<category><![CDATA[การหาเงินผ่านเน็ต]]></category>
		<category><![CDATA[ทรงชัย ณะอำไพ]]></category>
		<category><![CDATA[เที่ยวไปรวยไป]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://kosolbooks.kosolnet.com/?p=36</guid>
		<description><![CDATA[คนที่ชอบเที่ยว ต้องรู้ว่าเป็นหนทางในการใช้จ่ายเงินที่ดีที่สุดอีกทางหนึ่ง นั่นคือ จ่ายง่ายใช้คล่อง ทั้งค่ากินค่าอยู่ ค่าที่พัก และอีกจิปาถะ ดังนั้น การไปเที่ยวจึงเป็นการจ่ายเงิน ไม่ใช่รับเงิน เป็นอย่างนี้เสมอมา หากใครบอกว่าไปเที่ยวแล้วได้เงินด้วย นอกจากไกดืแล้วคงไม่มี
แต่ตอนนี้ มีหนังสือเล่มหนึ่ง ที่บอกว่า การไปเที่ยวนั้น เที่ยวไปรวยไปได้อย่างแน่นอน นั่นคือ หนังสือชื่อ เที่ยวไปรวยไปกับ Travel Affiliate Programs เขียนโดย ทรงชัย ณะอำภัย เจ้าของเว็บไซต์
Pattayaholiday.biz และ Songchaiblog.com และมีผลงานเขียนมาก่อนหน้านี้ชื่อว่า เปิดกระโหลกสร้างเงินล้านออนไลน์ ทั้งสองเล่มจัดพิมพ์โดยสำนักพิมพ์ TARADedu.com ราคาเล่มละ 249 บาท กับ 149 บาท ตามลำดับ
เที่ยวไปรวยไปกับ Affiliate Programs แบ่งเนื้อหาออกเป็นส่วนๆ (Chapter) เริ่มด้วยการทำความเข้าใจเรื่อง Affiliate Programs เพื่อปูพื้นฐานให้แก่คนที่อาจจะยังไม่เข้าใจให้เข้าใจยิ่งขึ้น และทำให้คนที่ยังไม่รู้ได้รู้เรื่อง โดยในส่วนนี้ แนะนำความรู้เกี่ยวกับการเป็นตัวแทนสำรองห้องพัก (Hotels Booking) เป็นตัวแทนจองบัตรโดยสารเครื่องบิน (Flight [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://bookreader.kosolnet.com/wp-content/uploads/2008/11/affiliatebook.jpg"><img class="alignleft size-medium wp-image-37" style="margin: 20px 15px; border: 0px;" title="affiliatebook" src="http://kosolbooks.kosolnet.com/wp-content/uploads/2008/11/affiliatebook-233x300.jpg" alt="" width="233" height="300" /></a>คนที่ชอบเที่ยว ต้องรู้ว่าเป็นหนทางในการใช้จ่ายเงินที่ดีที่สุดอีกทางหนึ่ง นั่นคือ จ่ายง่ายใช้คล่อง ทั้งค่ากินค่าอยู่ ค่าที่พัก และอีกจิปาถะ ดังนั้น การไปเที่ยวจึงเป็นการจ่ายเงิน ไม่ใช่รับเงิน เป็นอย่างนี้เสมอมา หากใครบอกว่าไปเที่ยวแล้วได้เงินด้วย นอกจากไกดืแล้วคงไม่มี</p>
<p>แต่ตอนนี้ มีหนังสือเล่มหนึ่ง ที่บอกว่า การไปเที่ยวนั้น เที่ยวไปรวยไปได้อย่างแน่นอน นั่นคือ หนังสือชื่อ <strong><span style="color: #3366ff;">เที่ยวไปรวยไปกับ Travel Affiliate Programs</span></strong> เขียนโดย <span style="color: #3366ff;">ทรงชัย ณะอำภัย</span> เจ้าของเว็บไซต์</p>
<p><span id="more-36"></span><a style="cursor: pointer;" href="http://www.pattayaholiday.biz/">Pattayaholiday.biz </a>และ <a style="cursor: pointer;" href="http://www.songchaiblog.com/">Songchaiblog.com </a>และมีผลงานเขียนมาก่อนหน้านี้ชื่อว่า <span style="color: #3366ff;">เปิดกระโหลกสร้างเงินล้านออนไลน์</span> ทั้งสองเล่มจัดพิมพ์โดยสำนักพิมพ์ TARADedu.com ราคาเล่มละ 249 บาท กับ 149 บาท ตามลำดับ</p>
<p>เที่ยวไปรวยไปกับ Affiliate Programs แบ่งเนื้อหาออกเป็นส่วนๆ (Chapter) เริ่มด้วยการทำความเข้าใจเรื่อง Affiliate Programs เพื่อปูพื้นฐานให้แก่คนที่อาจจะยังไม่เข้าใจให้เข้าใจยิ่งขึ้น และทำให้คนที่ยังไม่รู้ได้รู้เรื่อง โดยในส่วนนี้ แนะนำความรู้เกี่ยวกับการเป็นตัวแทนสำรองห้องพัก (Hotels Booking) เป็นตัวแทนจองบัตรโดยสารเครื่องบิน (Flight Ticket) ขายแพ็คเก็จทัวร์ ตัวแทนให้เช่ารถยนต์ เป็นต้น รวมทั้งการเตรียมความพร้อมเพื่อทำสิ่งต่างๆที่กล่าวมา</p>
<p>ในส่วนที่สองเน้นเรื่องการเป็นตัวแทนจองห้องพักโรงแรมในประเทศไทยกับ Hotels Affiliate Programs ในประเทศไทย ซึ่งจะให้รายละเอียดเรื่องเจ้าของโปรแกรมต่างๆ การจ่ายค่าคอมมิชชั่น การนำเนื้อหาจากเว็บไซต์ของเจ้าของโปรแกรมมาใส่ในเว็บไซต์ของตัวแทน ซึ่งไม่ยากเย็นอะไรนัก ขอให้อ่านออกเขียนได้ ใช้คอมพิวเตอร์เป็นและเขียนบล็อกเขียนเว็บไซต์ได้ เท่านี้เอง</p>
<p>ส่วนที่สาม เป็นการแนะนำการเป็นตัวแทนรับจองห้องพักโรงแรมทุกประเทศทั่วโลก กับเจ้าของโปรแกรมทั้งที่เป็นของไทยและของต่างประเทศ การขายสินค้าที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยว การสร้างเว็บไซต์สำหรับการทำตลาดท่องเที่ยวต่างประเทศ</p>
<p>ส่วนที่สี่เล่าเรื่องเทคนิคเพิ่มรายได้ด้วยสินค้าและโฆษณาบนเว็บไซต์ นอกเหนือจากการเป็นตัวแทนรับจองห้องพักซึ่งเป็นงานหลัก ส่วนที่ห้าอธิบายเรื่องเทคนิคการจัดหน้าตาเว็บไซต์ โดยยกตัวอย่างเว็บไซต์ที่ประสบความสำเร็จมาให้ดูเป็นแนวทาง ส่วนที่หกเป็นการสร้าง Traffics คือทำให้คนเข้ามาดูเว็บไซต์อันจะนำไปสู่การใช้บริการ ซึ่งจะแปรเป็นคอมมิชชั่นให้เจ้าของเว็บไซต์ และส่วนที่เจ็ดได้ยกตัวอย่างการทำงานของผู้ที่ประสบความสำเร็จในการทำเว็บไซต์ท่องเที่ยวแล้วรวย เป็นการสร้างกำลังใจให้คนที่เพิ่งลงมือทำว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องที่โม้กันสนุกๆ แต่เป็นเรื่องจริงไม่อิงนิยาย เพราะมีคนทำแล้วประสบความสำเร็จจริง เช่น chiangmaibooking.com, Siamhotel.net เป็นต้น</p>
<p>อาจจะมีคนถามว่า อ่านแล้วทำยากไหม คำตอบก็คือ ความยากง่ายนั้นขึ้นอยู่กับปัจจัยลายๆอย่าง สำหรับคนที่แสวงหาหนทางและโอกาสอย่างยิ่งยวดก็ไม่น่าจะยาก ขอเพียงอ่านออกเขียนได้อย่างที่บอกไว้แล้ว และมีความรู้เรื่องอินเตอร์เน็ต เขียนบล็อกเป็น และลงมือทำ ก็จะพบความสำเร็จในเบื้องต้น นั่นคือ มีบล็อกหรือเว็บไซต์ที่ใช้สำหรับเป็นร้านค้าเพื่อขายสินค้า คือ ห้องพักโรงแรมและอื่นๆที่เกี่ยวข้องแล้ว ซึ่งจะนำไปสู่ความสำเร็จในขั้นต่อไปคือ มีคนเข้าชม และสั่งสินค้า อันนำมาซึ่งค่าคอมมิชชั่นเข้ากระเป๋าคนทำ</p>
<p>อ่านแล้วก็ลองดู    ลองดู.</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://kosolbookmania.com/?feed=rss2&amp;p=36</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>25 ความคิดพลิกโลก เรื่องราวความคิดวิทยาศาสตร์ที่เปลี่ยนแปลงโลก</title>
		<link>http://kosolbookmania.com/?p=32</link>
		<comments>http://kosolbookmania.com/?p=32#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 04 Nov 2008 06:34:03 +0000</pubDate>
		<dc:creator>โกศล อนุสิม</dc:creator>
				<category><![CDATA[เอามาอ่าน]]></category>
		<category><![CDATA[25 ความคิดพลิกโลก]]></category>
		<category><![CDATA[Robert Matthews]]></category>
		<category><![CDATA[ชัยวัฒน์ คุประตกุล]]></category>
		<category><![CDATA[หนังสือวิทยาศาสตร์]]></category>
		<category><![CDATA[โรเบิร์ต แม็ททิวส์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://kosolbooks.kosolnet.com/?p=33</guid>
		<description><![CDATA[วิทยาศาสตร์เป็นสิ่งที่ทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงชีวิตและสังคมมนุษย์ ความก้าวหน้าทางด้านวิทยาศาสตร์ทำให้สิ่งใหม่ๆเกิดขึ้นมาตอบสนองความต้องการ หรือสร้างความต้องการใหม่ๆให้แก่มนุษย์ นับแต่โบราณกาลจนถึงปัจจุบัน วิทยาศาสตร์คือพื้นฐานสำคัญที่ทำให้สังคมมนุษย์เปลี่ยนแปลง

หนังสือ 25 ความคิดพลิกโลก เป็นหนังสือที่เสนอเรื่องราวความคิดทางวิทยาศาสตร์ที่โดดเด่น 25 อย่างในโลกปัจจุบัน ที่ทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงแก่โลกในยุคสมัยของเรา เขียนโดย โรเบิร์ต แม็ททิวส์ (Robert Matthews) แปลโดย รศ.ดร.ชัยวัฒน์ คุประตกุล
เนื้อหาในหนังสือแบ่งเป็นส่วนๆ แต่ละส่วนมีเรื่องเกี่ยวข้องที่มีเนื้อหาใกล้เคียงกันหลายเรื่อง เนื้อหาทั้งหมดครอบคลุมเรื่องราวต่างๆ ทั้งเรื่องของโลก ปัญญา ความรู้ ความคิด ชีวิต และการใช้ชีวิตของมนุษย์ โดยผู้เขียนได้อธิบายเรื่องราวต่างๆที่เกี่ยวข้องในแต่ละหัวเรื่องให้ผู้อ่านเข้าใจ
ส่วนต่างๆของหนังสือที่เป็นตัวจัดแบ่งเนื้อหา มีด้วยกัน 8 ส่วน ส่วนแรกคือหัวข้อ ตัวเรา-และคนอื่นๆ ว่าด้วยเรื่องความสัมพันธ์ของคนที่มีต่อกัน ผ่านมุมมองของความคิดวิทยาศาสตร์ 3 ประเด็นคือ จิตสำนึก (Consciousness) ทฤษฎีโลกเล็ก (Small World Theory) ทฤษฎีเกมส์ (Games Theory)
ส่วนที่สองคือ ทำสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ มีเนื้อหาในส่วนนี้ 3 เรื่องคือ ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence) คือการสร้างเครื่องจักรที่มีสติปัญญาคิดเองได้ เหมือนกับมนุษย์ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://bookreader.kosolnet.com/wp-content/uploads/2008/11/new-25-thinking.jpg"><img class="alignleft size-medium wp-image-34" style="margin: 20px 15px; border: 0px;" title="new-25-thinking" src="http://kosolbooks.kosolnet.com/wp-content/uploads/2008/11/new-25-thinking-203x300.jpg" alt="" width="203" height="300" /></a>วิทยาศาสตร์เป็นสิ่งที่ทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงชีวิตและสังคมมนุษย์ ความก้าวหน้าทางด้านวิทยาศาสตร์ทำให้สิ่งใหม่ๆเกิดขึ้นมาตอบสนองความต้องการ หรือสร้างความต้องการใหม่ๆให้แก่มนุษย์ นับแต่โบราณกาลจนถึงปัจจุบัน วิทยาศาสตร์คือพื้นฐานสำคัญที่ทำให้สังคมมนุษย์เปลี่ยนแปลง</p>
<p><span id="more-32"></span></p>
<p>หนังสือ 25 ความคิดพลิกโลก เป็นหนังสือที่เสนอเรื่องราวความคิดทางวิทยาศาสตร์ที่โดดเด่น 25 อย่างในโลกปัจจุบัน ที่ทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงแก่โลกในยุคสมัยของเรา เขียนโดย โรเบิร์ต แม็ททิวส์ (Robert Matthews) แปลโดย รศ.ดร.ชัยวัฒน์ คุประตกุล</p>
<p>เนื้อหาในหนังสือแบ่งเป็นส่วนๆ แต่ละส่วนมีเรื่องเกี่ยวข้องที่มีเนื้อหาใกล้เคียงกันหลายเรื่อง เนื้อหาทั้งหมดครอบคลุมเรื่องราวต่างๆ ทั้งเรื่องของโลก ปัญญา ความรู้ ความคิด ชีวิต และการใช้ชีวิตของมนุษย์ โดยผู้เขียนได้อธิบายเรื่องราวต่างๆที่เกี่ยวข้องในแต่ละหัวเรื่องให้ผู้อ่านเข้าใจ</p>
<p>ส่วนต่างๆของหนังสือที่เป็นตัวจัดแบ่งเนื้อหา มีด้วยกัน 8 ส่วน ส่วนแรกคือหัวข้อ ตัวเรา-และคนอื่นๆ ว่าด้วยเรื่องความสัมพันธ์ของคนที่มีต่อกัน ผ่านมุมมองของความคิดวิทยาศาสตร์ 3 ประเด็นคือ จิตสำนึก (Consciousness) ทฤษฎีโลกเล็ก (Small World Theory) ทฤษฎีเกมส์ (Games Theory)</p>
<p>ส่วนที่สองคือ ทำสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ มีเนื้อหาในส่วนนี้ 3 เรื่องคือ ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence) คือการสร้างเครื่องจักรที่มีสติปัญญาคิดเองได้ เหมือนกับมนุษย์ ซึ่งหากมองแบบคนทั่วไปอาจคิดว่าเป็นไปไม่ได้ แต่ในทางวิทยาศาสตร์นั้นมีความเป็นไปได้ เรื่องต่อมาก็คือ ทฤษฎีสารสนเทศ (Information Theory) คือการสร้างระบบการสื่อสารที่ประกอบด้วยเครื่องมือทางการสื่อสารทั้งหลาย ที่อยู่ในจินตนาการให้เป็นจริงขึ้นมาได้ ซึ่งหากย้อนกลับไปในสมัยเมื่อ 50-60 ปีที่แล้ว สิ่งที่เป็นอยู่ในปัจจุบันนี้ เป็นเพียงจินตนาการเท่านั้น เรื่องที่สามในส่วนนี้ก็คือ พืชจีเอ็ม (GM Corps) นั่นคือ การพัฒนาพันธุ์พืชที่ใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพื่อการเพิ่มผลผลิต โดยการตัดต่อพันธุกรรม ที่อาจส่งผลกระทบต่อมนุษย์และสิ่งแวดล้อม ซึ่งยังคงถกเถียงและขัดแย้งกันระหว่างฝ่ายที่สนับสนุนและฝ่ายคัดค้าน จนกลายเป็นกระแสความขัดแย้งของพลเมืองโลก ที่มีทั้งฝ่ายสนับสนุนและต่อต้านต่อสู้กันทางความคิดอย่างเข้มข้นในปัจจุบัน</p>
<p>เนื้อหาที่เหลือของหนังสือนอกจากที่ยกประเด็นที่น่าสนใจมาแสดงนี้ ก็ล้วนแต่มีความสำคัญต่อชีวิตของมนุษย์ทั้งสิ้น เช่น เรื่องความก้าวหน้าทางการแพทย์ การระบาดของโรคต่างๆ ทฤษฎีสัมพัทธภาพภาคพิเศษ (Special Relativity) บิกแบง (Big Bang) พลังงานมืด (dark Energy) จักรวาลคู่ขนาน (Parallel Universes) เป็นต้น</p>
<p>ผู้เขียนคือ นายโรเบิร์ต แม็ททิวส์ คนนี้เป็น Visiting Reader in Science ของ Aston University ใน Birmingham มีผลงานวิจัยบุกเบิกในสาขาต่างๆ เป็นผู้สื่อข่าวมือรางวัล มีผลงานตีพิมพ์ในสื่อสิ่งพิมพ์หลายแห่ง เช่น BBC Focus, The Sunday Telegraph, The Financial Times ,New Scientist เป็นต้น จึงไม่ต้องสงสัยว่า งานเขียนเล่มนี้ของเขา จะให้ความคิดใหม่ๆแก่ผู้อ่าน ในการทำความเข้าใจกับความก้าวหน้าของวิทยาศาสตร์ ที่มีผลต่อวิถีชีวิตของคนเราในปัจจุบัน</p>
<p>ผู้แปลคือ รศ.ดร.ชัยวัฒน์ คุประตกุล ก็เป็นนักวิทยาศาสตร์ เป็นนักวิชาการ นักวิจัย และนักเขียนที่มีชื่อเสียงของไทย และเป็นที่รู้จักกันในแวดวงวิทยาศาสตร์นานาชาติ การแปลหนังสือเล่มนี้จึงเชื่อได้ว่าสามารถ่ายทอดสิ่งที่ผู้เขียนได้นำเสนอมาเป็นภาษาไทยได้ตรงตามเจตนารมณ์ของผู้เขียน</p>
<p>ช่วงนี้ เขียนเรื่องหนังสือบ่อย เนื่องมาจากอ่านแล้วอยากบอกเล่าให้เพื่อนๆรู้ด้วยครับ บางเล่มอาจจะห้วนๆสั้นๆไปบ้าง อย่างเล่มนี้เป็นต้น ก็เนื่องมาจากพยายามรวบประเด็นไม่ให้ยาวเกินไป ไม่อยากให้น้ำท่วมทุ่ง เพราะพักหลังๆมานี้รู้สึกว่าตัวเองเป็นพวกน้ำท่วมทุ่งไปหน่อย เปลืองเนื้อที่บล็อก เปลืองเวลาคนอ่าน</p>
<p>หนังสือเรื่อง 25 ความคิดพลิกโลก ใหญ่และหนาพอสมควร ใช้เวลาอ่านนานเหมือนกัน แต่ก็คุ้มนะครับ ได้รู้เรื่องหลายหลากที่เราไม่รู้ หรือเคยสงสัย พออ่านแล้วก้ค่อยๆกระจ่าง หลายๆประเด็นนำมาคิดต่อ ใช้ประโยชน์ได้มาก สำหรับผู้สนใจเสาะหาความรู้ใหม่ๆทางวิทยาศาสตร์ ที่นำมาประยุกต์ใช้กับชีวิตจริงแล้ว หนังสือเล่มนี้ย่อมเป็นแนวทางในการศึกษาทำความเข้าใจได้ดียิ่ง.</p>
<p>…..<br />
ข้อมูลเพิ่มเติม : หนังสือ 25 ความคิดพลิกโลก จัดพิมพ์โดย สำนักพิมพ์วี.วิชช์ ราคา 320 บาท จัดจำหน่ายโดย บริษัท ดวงกมลสมัย จำกัด โทรศัพท์ 02 541 7375-6 ,02930-6215-8 dktoday@dktoday.net, marketing@dktoday.net</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://kosolbookmania.com/?feed=rss2&amp;p=32</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>จากภูผาถึงทะเล อวดหนังสือตัวเอง</title>
		<link>http://kosolbookmania.com/?p=25</link>
		<comments>http://kosolbookmania.com/?p=25#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 04 Nov 2008 06:22:10 +0000</pubDate>
		<dc:creator>โกศล อนุสิม</dc:creator>
				<category><![CDATA[เอามาอวด]]></category>
		<category><![CDATA[กลอนรัก]]></category>
		<category><![CDATA[ชีวิตหนุ่มสาว]]></category>
		<category><![CDATA[วรรณลักษณ์ ปิยกมล]]></category>
		<category><![CDATA[หนังสือกลอน]]></category>
		<category><![CDATA[โกศล อนุสิม]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://kosolbooks.kosolnet.com/?p=27</guid>
		<description><![CDATA[
เมื่อคืนนี้ลูกสาวคนสวยที่เรียนอยู่ชั้น ป.5 คุยเรื่องแต่งกลอนกับพ่อ เพราะครูคัดเป็นตัวแทนแข่งแต่งกลอน จึงมาถามพ่อเรื่องกลอน ทั้งยังต่อกลอนสดกันเป็นการซักซ้อมแต่งกลอนไปในตัว ด้วยการนี้ผมจึงไปรื้อค้นหนังสือของตัวเองมาให้ลูกอ่าน เป็นหนังสือกลอนที่แต่งไว้สมัยหนุ่ม มีอยู่ด้วยกันสามเล่ม สมัยโน้นเรียกเสียโก้หรูว่าเป็นบทกวี ทั้งๆที่ถ้าอ่านจริงๆแล้วยังห่างชั้นกวีอยู่มาก ถ้าเปรียบกวีเป็นยอดตึกใบหยก กลอนของผมก็คงอยู่แถวๆเชิงบันใดตึก แบกะดิน

แต่ช้าแต่ ถึงอย่างนั้นก็ตาม ความภูมิใจก็มีอยู่ในฐานะที่เคยเป็นกวีหนุ่มกับเขา เคยมีแฟนคลับอยู่พอสมควรแหละนะ อย่างน้อยก็มีหลักฐานเหลืออยู่หนึ่งคนจนถึงปัจจุบันนี้ที่กลายเป็นแม่ของลูกสาวในที่สุด (ฮาๆ)
เล่มที่เอามาโม้นี้ชื่อว่า “จากภูผาถึงทะเล” ชื่อหนังสือเอามาจากเพลงของคุณพี่หงา คาราวาน ที่ชื่อ “จากภูผาถึงทะเล” นี่แหละ เพราะชอบมาก สมัยโน้นยึดเอาเป็นเพลงประจำชีวิตไปเลย รูปแบบการเขียนก็มีทั้งกลอนเปล่าและกลอนแปด เนื้อหาก็เป็นบันทึกเรื่องราว ความคิด ชีวิต ความรัก ธรรมชาติ ไปตามจิตนาการและอารมณ์คนหนุ่ม เมื่อถึงปัจจุบันนี้ก็กลายเป็นหลักฐานให้รู้ว่า สมัยเป็นหนุ่มเราคิดอย่างไร ทำอะไรบ้าง เป็นเหมือนประวัติชีวิตกรายๆนั่นแหละครับ
ส่วนนามปากกา “วรรณลักษณ์ ปิยกมล” ตั้งใจเอาไว้ว่าจะใช้เป็นชื่อลูก วรรณลักณ์ ชื่อลูกสาว ปิยกมล ชื่อลูกชาย ปรากฎว่า มีแต่ลูกสาว ส่วนลูกชายไม่มี เลยค้างอยู่จนบัดนี้ และนามปากกานี้ก็เลิกใช้แล้ว ปัจจุบันใช้ชื่อจริงทุกงาน
หนังขนาดเล็ก เล่มบางๆ เพื่อนรักคือ วิกฤช สุนทรจามร [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://bookreader.kosolnet.com/wp-content/uploads/2008/11/kosolbookpoem.jpg"><img class="alignleft size-full wp-image-28" style="margin: 20px 15px; border: 0px;" title="kosolbookpoem" src="http://bookreader.kosolnet.com/wp-content/uploads/2008/11/kosolbookpoem.jpg" alt="" width="214" height="314" /></a><br />
เมื่อคืนนี้ลูกสาวคนสวยที่เรียนอยู่ชั้น ป.5 คุยเรื่องแต่งกลอนกับพ่อ เพราะครูคัดเป็นตัวแทนแข่งแต่งกลอน จึงมาถามพ่อเรื่องกลอน ทั้งยังต่อกลอนสดกันเป็นการซักซ้อมแต่งกลอนไปในตัว ด้วยการนี้ผมจึงไปรื้อค้นหนังสือของตัวเองมาให้ลูกอ่าน เป็นหนังสือกลอนที่แต่งไว้สมัยหนุ่ม มีอยู่ด้วยกันสามเล่ม สมัยโน้นเรียกเสียโก้หรูว่าเป็นบทกวี ทั้งๆที่ถ้าอ่านจริงๆแล้วยังห่างชั้นกวีอยู่มาก ถ้าเปรียบกวีเป็นยอดตึกใบหยก กลอนของผมก็คงอยู่แถวๆเชิงบันใดตึก แบกะดิน</p>
<p><span id="more-25"></span></p>
<p>แต่ช้าแต่ ถึงอย่างนั้นก็ตาม ความภูมิใจก็มีอยู่ในฐานะที่เคยเป็นกวีหนุ่มกับเขา เคยมีแฟนคลับอยู่พอสมควรแหละนะ อย่างน้อยก็มีหลักฐานเหลืออยู่หนึ่งคนจนถึงปัจจุบันนี้ที่กลายเป็นแม่ของลูกสาวในที่สุด (ฮาๆ)</p>
<p>เล่มที่เอามาโม้นี้ชื่อว่า “จากภูผาถึงทะเล” ชื่อหนังสือเอามาจากเพลงของคุณพี่หงา คาราวาน ที่ชื่อ “จากภูผาถึงทะเล” นี่แหละ เพราะชอบมาก สมัยโน้นยึดเอาเป็นเพลงประจำชีวิตไปเลย รูปแบบการเขียนก็มีทั้งกลอนเปล่าและกลอนแปด เนื้อหาก็เป็นบันทึกเรื่องราว ความคิด ชีวิต ความรัก ธรรมชาติ ไปตามจิตนาการและอารมณ์คนหนุ่ม เมื่อถึงปัจจุบันนี้ก็กลายเป็นหลักฐานให้รู้ว่า สมัยเป็นหนุ่มเราคิดอย่างไร ทำอะไรบ้าง เป็นเหมือนประวัติชีวิตกรายๆนั่นแหละครับ</p>
<p>ส่วนนามปากกา “วรรณลักษณ์ ปิยกมล” ตั้งใจเอาไว้ว่าจะใช้เป็นชื่อลูก วรรณลักณ์ ชื่อลูกสาว ปิยกมล ชื่อลูกชาย ปรากฎว่า มีแต่ลูกสาว ส่วนลูกชายไม่มี เลยค้างอยู่จนบัดนี้ และนามปากกานี้ก็เลิกใช้แล้ว ปัจจุบันใช้ชื่อจริงทุกงาน</p>
<p>หนังขนาดเล็ก เล่มบางๆ เพื่อนรักคือ วิกฤช สุนทรจามร หรือ เฉินซัน เป็นคนจัดการเอาไปให้สำนักพิมพ์พลอยพิมพ์ให้ ทั้งยังออกแบบรูปเล่ม วาดภาพประกอบให้งดงามน่ารักเป็นอย่างยิ่ง การจะได้มีหนังสือเป็นของตัวเองสักเล่มในสมัย พ.ศ. 2533 ก็ยากเอาการอยู่ จึงนับว่าโชคดีที่ได้มีหนังสือ “บทกวี” วางแผงซะโก้ไปเลย</p>
<p>ขาประจำที่อ่านบล็อกโกศลทอล์คคงเป็นรุ่นน้องๆที่ห่างจากผมหลายปี และรุ่นลูกๆหลานๆส่วนมาก จึงอยากยกกลอนสมัยหนุ่มของผมมาให้อ่านสักนิด จะได้เห็นว่า หนุ่มสมัยโน้นเขาหวานกันอย่างไร ลองกลอนเปล่าดูก่อนไหม จากบทที่ชื่อ “เส้นทาง”</p>
<blockquote><p>ฉันเดินไปตามเส้นทางเล็กๆ<br />
ทอดผ่านทุ่งข้าวที่แตกกอเขียวงาม<br />
เขียวงามจรดขอบฟ้าไกลโพ้น<br />
แดดอ่อนยามเช้าอบอุ่นนัก<br />
สายลมก็โอบอุ้มกลิ่นหอมของต้นข้าว<br />
มาอภินันทนาการแด่คนจร<br />
ที่สวนฟ้าเบื้องบน<br />
ดอกเมฆบานชูกลีบเกสร<br />
ต้อนรับยามเช้าอันแสนงาม<br />
ที่รัก ฉันมองเห็น…<br />
รอยยิ้มของเธอที่ดอกเมฆ<br />
เส้นผมของเธอพลิ้วไหวที่ใบข้าว<br />
ยินเสียงของเธอกระซิบในสายลม<br />
แลเห็นแววตาของเธอในแสงตะวัน<br />
และที่สุด…<br />
ฉันเห็นเธอกวักมือเรียกที่เส้นทางข้างหน้าโน้น</p></blockquote>
<p>นี่เขียนขึ้นตอนที่เดินทางไปในที่ต่างๆนะครับ บทนี้เขียนที่แถวภาคเหนือ สมัยโน้นชอบเดินทางไปเรื่อยๆ โบกรถไปก็มี คราวหนึ่งไปถีบสามล้อที่เชียงใหม่ ไปแบบนี้ทำให้ได้รู้ได้เห็นอะไรต่างๆมากมาย</p>
<p>ข้างบนเป็นกลอนเปล่า ต่อไปนี้เป็นตัวอย่างกลอนแปด ที่แต่งให้เธอ เอามาจากบางส่วนของบทที่ชื่อ “ถึงเธอ”</p>
<blockquote><p>หวังเธอเป็นเช่นทะเลมิเคยหลับ<br />
ที่แตกคลื่นคลี่ขับขึ้นสาดส่ง<br />
ขับคลื่น สายลมอยู่ยืนยง<br />
มิเคยหลับลงแม้นาที<br />
หวังเธอเป็นเช่นดอกคลื่นดกสะพรั่ง<br />
เปี่ยมชีวิต เปี่ยมพลัง เปี่ยมศักดิ์ศรี<br />
เปี่ยมความฝันดั่งนางนวลปีกเสรี<br />
เปี่ยมความหมายแห่งชีวีทั้งชีวา…</p></blockquote>
<p>นี่เขียนตอนไปที่บางแสน ไปกับเพื่อนๆเพื่อทำกิจกรรมอะไรสักอย่าง คงเป็นการประชุมสัมมนากิจกรรมนักศึกษา เขียนตั้งแต่สมัยยังเรียนหนังสืออยู่นะนี่ กว่าจะได้รวมพิมพ์เป็นเล่มก็อีกหลายปี เอาเป็นว่า สมัยโน้นหนุ่มๆส่วนหนึ่งเขาก็มีวิธีแสดงความรักผ่านกลอน หรือตัวหนังสือแบบนี้แหละครับ</p>
<p>โพสต์นี้คุยเรื่องตัวเองล้วนๆ หวังว่าคงไม่รำคาญนะครับ นานๆที่จะได้โอกาสแทรกเรื่องของตัวเองเพียวๆ เลยโม้เสียเพลิน ขอบคุณที่อ่านจนจบ.</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://kosolbookmania.com/?feed=rss2&amp;p=25</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>บ่าง บทกวีเคียงข่าว</title>
		<link>http://kosolbookmania.com/?p=16</link>
		<comments>http://kosolbookmania.com/?p=16#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 04 Nov 2008 06:02:50 +0000</pubDate>
		<dc:creator>โกศล อนุสิม</dc:creator>
				<category><![CDATA[เอามาอวด]]></category>
		<category><![CDATA[บ่างบทกวีเคียงข่าว]]></category>
		<category><![CDATA[ประมวล ดาระดาษ]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักพิมพ์บ้านพระอาทิตย์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://kosolbooks.kosolnet.com/?p=18</guid>
		<description><![CDATA[
ประมวล ดาระดาษ ชื่อนี้ย่อมเป็นที่คุ้นเคยของนักอ่านที่เข้าขั้นเป็นนักเลงหนังสือ มีผลงานมากมายและโดดเด่นอยู่ไม่น้อย บนถนนนักเขียนที่ยาวนานของประมวล ดาระดาษ ย่อมเรียกได้ว่าเป็นคนคุณภาพคนหนึ่งของวงการ ชั้นเชิงเรื่องสั้น เรื่องยาว และบทกวีนั้นไม่อาจจะมองข้ามไปได้ง่ายๆ

คนอ่านทั่วอาจรู้จักประมวล ดาระดาษ ในฐานะของนักเขียนเรื่องสั้นและนวนิยาย แต่แท้ที่จริงแล้วเขาเป็นกวีหรือมือกลอนที่เข้าขั้นคนหนึ่ง โดยเฉพาะในเรื่องปฏิภาณกวีนั้น ประมวล ดาระดาษ ถือเป็นมือดีคนหนึ่ง ความคิดแล่นเร็วปรูดปราด จับประเด็นได้ชัด สร้างคำและความได้ตรง
สิ่งที่พิสูจน์ความเป็นปฏิภาณกวีของเขาก็คือ ผลงานบทกวีที่ชื่อ “บ่าง”
“บ่าง” เป็นชื่อที่ใช้เขียนบทกวีของประมวล ดาระดาษ ในเว็บไซต์ผู้จัดการอนไลน์ในช่วงเวลาที่ขบวนการประชาชนในชื่อพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ดำเนินกิจกรรมทางการเมืองต่อต้านและขับไล่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีในห้วงเวลาก่อนการรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 โดยประมวล ดาระดา เขียนบทกวีวิจารณ์ข่าว หรือจะให้ถูกต้องก็คือ แสดงความคิดเห็นท้ายข่าวที่เผยแพร่ในเว็บไซต์ผู้จัดการออนไลน์ แต่ความคิดเห็นของเขาแตกต่างจากคนอื่น เพราะเขาเขียนเป็นกลอนและใช้ชื่อว่า “บ่าง”

ดังนั้น “บ่าง” จึงกลายมาเป็นชื่อหนังสือ “บ่าง บทกวีเคียงข่าว” เมื่อได้รับการตีพิมพ์จากสำนักพิมพ์บ้านพระอาทิตย์ในเครือผู้จัดการ นับเป็นหนังสืออีกเล่มหนึ่งที่เป็นผลพวงจากการขับไล่รัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร บุรุษผู้ร่ำรวยคนนั้น
การเขียนบทกวีเคียงข่าวของ “บ่าง” ย่อมเป็นการเขียนสดๆทันทีที่อ่านข่าวจบ การจะทำเช่นนั้นได้อย่างน้อยต้องมีความแม่นยำในฉันทลักษณ์ มีคลังถ้อยคำอยู่ในสมอง และมีฉันทาในบทกวีอย่างแรงกล้า จึงจะสามารถผสมผสานอารมณ์ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://bookreader.kosolnet.com/wp-content/uploads/2008/11/bangbook2-170x300.jpg"><img class="alignleft size-medium wp-image-23" style="margin: 20px 15px; border: 0px;" title="bangbook2-170x300" src="http://bookreader.kosolnet.com/wp-content/uploads/2008/11/bangbook2-170x300.jpg" alt="" width="170" height="300" /></a></p>
<p style="text-align: justify;"><strong>ประมวล ดาระดาษ</strong> ชื่อนี้ย่อมเป็นที่คุ้นเคยของนักอ่านที่เข้าขั้นเป็นนักเลงหนังสือ มีผลงานมากมายและโดดเด่นอยู่ไม่น้อย บนถนนนักเขียนที่ยาวนานของประมวล ดาระดาษ ย่อมเรียกได้ว่าเป็นคนคุณภาพคนหนึ่งของวงการ ชั้นเชิงเรื่องสั้น เรื่องยาว และบทกวีนั้นไม่อาจจะมองข้ามไปได้ง่ายๆ</p>
<p style="text-align: justify;"><span id="more-16"></span></p>
<p style="text-align: justify;">คนอ่านทั่วอาจรู้จักประมวล ดาระดาษ ในฐานะของนักเขียนเรื่องสั้นและนวนิยาย แต่แท้ที่จริงแล้วเขาเป็นกวีหรือมือกลอนที่เข้าขั้นคนหนึ่ง โดยเฉพาะในเรื่องปฏิภาณกวีนั้น ประมวล ดาระดาษ ถือเป็นมือดีคนหนึ่ง ความคิดแล่นเร็วปรูดปราด จับประเด็นได้ชัด สร้างคำและความได้ตรง</p>
<p style="text-align: justify;">สิ่งที่พิสูจน์ความเป็นปฏิภาณกวีของเขาก็คือ ผลงานบทกวีที่ชื่อ “บ่าง”</p>
<p style="text-align: justify;">“บ่าง” เป็นชื่อที่ใช้เขียนบทกวีของประมวล ดาระดาษ ในเว็บไซต์ผู้จัดการอนไลน์ในช่วงเวลาที่ขบวนการประชาชนในชื่อพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ดำเนินกิจกรรมทางการเมืองต่อต้านและขับไล่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีในห้วงเวลาก่อนการรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 โดยประมวล ดาระดา เขียนบทกวีวิจารณ์ข่าว หรือจะให้ถูกต้องก็คือ แสดงความคิดเห็นท้ายข่าวที่เผยแพร่ในเว็บไซต์ผู้จัดการออนไลน์ แต่ความคิดเห็นของเขาแตกต่างจากคนอื่น เพราะเขาเขียนเป็นกลอนและใช้ชื่อว่า “บ่าง”</p>
<p style="text-align: justify;"><a style="cursor: pointer;" href="http://www.kosoltalk.com/wp-content/uploads/2008/09/bangbook2.jpg"></a></p>
<p style="text-align: justify;">ดังนั้น “บ่าง” จึงกลายมาเป็นชื่อหนังสือ “บ่าง บทกวีเคียงข่าว” เมื่อได้รับการตีพิมพ์จากสำนักพิมพ์บ้านพระอาทิตย์ในเครือผู้จัดการ นับเป็นหนังสืออีกเล่มหนึ่งที่เป็นผลพวงจากการขับไล่รัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร บุรุษผู้ร่ำรวยคนนั้น</p>
<p style="text-align: justify;">การเขียนบทกวีเคียงข่าวของ “บ่าง” ย่อมเป็นการเขียนสดๆทันทีที่อ่านข่าวจบ การจะทำเช่นนั้นได้อย่างน้อยต้องมีความแม่นยำในฉันทลักษณ์ มีคลังถ้อยคำอยู่ในสมอง และมีฉันทาในบทกวีอย่างแรงกล้า จึงจะสามารถผสมผสานอารมณ์ ความคิด ความรู้สึกต่อสถานการณ์ตามข่าวเข้ากับความสามารถทางกวีได้โดยฉับพลันทันที กลายเป็นบทกวีที่ได้ทั้งอรรถและพยัญชนะที่สมบูรณ์ในตัวเอง ดังเช่นที่ปรากฏใน “บ่าง บทกวีเคียงข่าว” เล่มนี้</p>
<p style="text-align: justify;"><a style="cursor: pointer;" href="http://www.kosoltalk.com/wp-content/uploads/2008/09/bangbook2.jpg"></a></p>
<p style="text-align: justify;"><strong>ประมวล ดาระดาษ</strong> ในฐานะกวี หรือ นักกลอน ก็สุดแท้แต่ใครจะเรียก ได้ทำหน้าที่บันทึกประวัติศาสตร์สังคมในช่วงเวลาหนึ่งไว้ในบทกวี (หรือกลอนก็สุดแท้แต่ใครจะขาน) เหตุการณ์ในช่วงเวลานั้น ที่นักการเมืองคนสำคัญระดับนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐบาล ถูกจับได้ว่าบริหารราชการแผ่นดินด้วยความไม่ซื่อสัตย์ จนประชาชนออกมาประท้วงขับไล่อย่างขนานใหญ่ ได้รับการบันทึกไว้ในรูปแบบบทกวี แม้จะไม่เป็นไปตามมาตรฐานแห่งรูปแบบของกลอนโบราณที่เคร่งครัดในฉันทลักษณ์ แต่นี่คือพัฒนาการหรือการคลี่คลายขยายตัวของบทกวี ที่มีความยืดหยุ่นด้านฉันทลักษณ์ เพื่อเก็บเนื้อหาใจความให้สมบูรณ์ <a style="cursor: pointer;" href="http://www.kosoltalk.com/wp-content/uploads/2008/09/bangbook.jpg"><img class="alignright size-medium wp-image-261" style="float: right; margin: 10px 20px; border-width: 0px;" title="ลายเซ็น บ่าง-ประมวล ดาระดาษ" src="http://www.kosoltalk.com/wp-content/uploads/2008/09/bangbook-236x300.jpg" alt="" width="236" height="241" /></a></p>
<p style="text-align: justify;">บทกวีแต่ละชิ้นเชื่อมโยงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในสังคมขณะนั้น โดยบรรณาธิการได้จัดทำบันทึกท้ายบทให้รู้ว่า บทกวีแต่ละชิ้นมาจาก ข่าวใด คอลัมน์ใด ตีพิมพ์เมื่อใด เช่นนี้เป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการอ้างอิงเหตุการณ์ให้แก่ผู้ศึกษาผลงานในวันข้างหน้า สามารถสืบค้นต้นตอของบทกวีไปถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ตรงตามข้อเท็จจริง ดังนั้น นี่จึงนับว่าเป็นบันทึกประวัติศาสตร์สังคมไทยได้โดยไม่ต้องสงสัย</p>
<p style="text-align: justify;">หากท่านผู้อ่านต้องการพิสูจน์ ก็เสาะหาได้โดยพลันตามร้านหนังสือทั่วไป จัดพิมพ์โดยสำนักพิมพ์บ้านพระอาทิตย์ พิมพ์ครั้งแรกตุลาคม 2550 ราคา169 บาท หากหาที่ไหนไม่ได้ก็ที่สำนักพิมพ์บ้านพระอาทิตย์ โทรศัพท์ 0-2629-4488 ต่อ 2204-2209 หรือ<span style="color: #ff6600;"> </span><a style="cursor: pointer;" href="http://bookstore.manager.co.th/BookView.asp?ID=5378"><span style="color: #ff6600;">กดที่นี่</span></a></p>
<p style="text-align: justify;"><strong>คอกวีหรือแฟนานุแฟนของประมวล ดาระดาษ เชิญทดลอง ณ บัดนี้.</strong></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://kosolbookmania.com/?feed=rss2&amp;p=16</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
