บ่าง บทกวีเคียงข่าว
ประมวล ดาระดาษ ชื่อนี้ย่อมเป็นที่คุ้นเคยของนักอ่านที่เข้าขั้นเป็นนักเลงหนังสือ มีผลงานมากมายและโดดเด่นอยู่ไม่น้อย บนถนนนักเขียนที่ยาวนานของประมวล ดาระดาษ ย่อมเรียกได้ว่าเป็นคนคุณภาพคนหนึ่งของวงการ ชั้นเชิงเรื่องสั้น เรื่องยาว และบทกวีนั้นไม่อาจจะมองข้ามไปได้ง่ายๆ
คนอ่านทั่วอาจรู้จักประมวล ดาระดาษ ในฐานะของนักเขียนเรื่องสั้นและนวนิยาย แต่แท้ที่จริงแล้วเขาเป็นกวีหรือมือกลอนที่เข้าขั้นคนหนึ่ง โดยเฉพาะในเรื่องปฏิภาณกวีนั้น ประมวล ดาระดาษ ถือเป็นมือดีคนหนึ่ง ความคิดแล่นเร็วปรูดปราด จับประเด็นได้ชัด สร้างคำและความได้ตรง
สิ่งที่พิสูจน์ความเป็นปฏิภาณกวีของเขาก็คือ ผลงานบทกวีที่ชื่อ “บ่าง”
“บ่าง” เป็นชื่อที่ใช้เขียนบทกวีของประมวล ดาระดาษ ในเว็บไซต์ผู้จัดการอนไลน์ในช่วงเวลาที่ขบวนการประชาชนในชื่อพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ดำเนินกิจกรรมทางการเมืองต่อต้านและขับไล่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีในห้วงเวลาก่อนการรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 โดยประมวล ดาระดา เขียนบทกวีวิจารณ์ข่าว หรือจะให้ถูกต้องก็คือ แสดงความคิดเห็นท้ายข่าวที่เผยแพร่ในเว็บไซต์ผู้จัดการออนไลน์ แต่ความคิดเห็นของเขาแตกต่างจากคนอื่น เพราะเขาเขียนเป็นกลอนและใช้ชื่อว่า “บ่าง”
ดังนั้น “บ่าง” จึงกลายมาเป็นชื่อหนังสือ “บ่าง บทกวีเคียงข่าว” เมื่อได้รับการตีพิมพ์จากสำนักพิมพ์บ้านพระอาทิตย์ในเครือผู้จัดการ นับเป็นหนังสืออีกเล่มหนึ่งที่เป็นผลพวงจากการขับไล่รัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร บุรุษผู้ร่ำรวยคนนั้น
การเขียนบทกวีเคียงข่าวของ “บ่าง” ย่อมเป็นการเขียนสดๆทันทีที่อ่านข่าวจบ การจะทำเช่นนั้นได้อย่างน้อยต้องมีความแม่นยำในฉันทลักษณ์ มีคลังถ้อยคำอยู่ในสมอง และมีฉันทาในบทกวีอย่างแรงกล้า จึงจะสามารถผสมผสานอารมณ์ ความคิด ความรู้สึกต่อสถานการณ์ตามข่าวเข้ากับความสามารถทางกวีได้โดยฉับพลันทันที กลายเป็นบทกวีที่ได้ทั้งอรรถและพยัญชนะที่สมบูรณ์ในตัวเอง ดังเช่นที่ปรากฏใน “บ่าง บทกวีเคียงข่าว” เล่มนี้
ประมวล ดาระดาษ ในฐานะกวี หรือ นักกลอน ก็สุดแท้แต่ใครจะเรียก ได้ทำหน้าที่บันทึกประวัติศาสตร์สังคมในช่วงเวลาหนึ่งไว้ในบทกวี (หรือกลอนก็สุดแท้แต่ใครจะขาน) เหตุการณ์ในช่วงเวลานั้น ที่นักการเมืองคนสำคัญระดับนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐบาล ถูกจับได้ว่าบริหารราชการแผ่นดินด้วยความไม่ซื่อสัตย์ จนประชาชนออกมาประท้วงขับไล่อย่างขนานใหญ่ ได้รับการบันทึกไว้ในรูปแบบบทกวี แม้จะไม่เป็นไปตามมาตรฐานแห่งรูปแบบของกลอนโบราณที่เคร่งครัดในฉันทลักษณ์ แต่นี่คือพัฒนาการหรือการคลี่คลายขยายตัวของบทกวี ที่มีความยืดหยุ่นด้านฉันทลักษณ์ เพื่อเก็บเนื้อหาใจความให้สมบูรณ์ 
บทกวีแต่ละชิ้นเชื่อมโยงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในสังคมขณะนั้น โดยบรรณาธิการได้จัดทำบันทึกท้ายบทให้รู้ว่า บทกวีแต่ละชิ้นมาจาก ข่าวใด คอลัมน์ใด ตีพิมพ์เมื่อใด เช่นนี้เป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการอ้างอิงเหตุการณ์ให้แก่ผู้ศึกษาผลงานในวันข้างหน้า สามารถสืบค้นต้นตอของบทกวีไปถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ตรงตามข้อเท็จจริง ดังนั้น นี่จึงนับว่าเป็นบันทึกประวัติศาสตร์สังคมไทยได้โดยไม่ต้องสงสัย
หากท่านผู้อ่านต้องการพิสูจน์ ก็เสาะหาได้โดยพลันตามร้านหนังสือทั่วไป จัดพิมพ์โดยสำนักพิมพ์บ้านพระอาทิตย์ พิมพ์ครั้งแรกตุลาคม 2550 ราคา169 บาท หากหาที่ไหนไม่ได้ก็ที่สำนักพิมพ์บ้านพระอาทิตย์ โทรศัพท์ 0-2629-4488 ต่อ 2204-2209 หรือ กดที่นี่
คอกวีหรือแฟนานุแฟนของประมวล ดาระดาษ เชิญทดลอง ณ บัดนี้.


