จากภูผาถึงทะเล อวดหนังสือตัวเอง


เมื่อคืนนี้ลูกสาวคนสวยที่เรียนอยู่ชั้น ป.5 คุยเรื่องแต่งกลอนกับพ่อ เพราะครูคัดเป็นตัวแทนแข่งแต่งกลอน จึงมาถามพ่อเรื่องกลอน ทั้งยังต่อกลอนสดกันเป็นการซักซ้อมแต่งกลอนไปในตัว ด้วยการนี้ผมจึงไปรื้อค้นหนังสือของตัวเองมาให้ลูกอ่าน เป็นหนังสือกลอนที่แต่งไว้สมัยหนุ่ม มีอยู่ด้วยกันสามเล่ม สมัยโน้นเรียกเสียโก้หรูว่าเป็นบทกวี ทั้งๆที่ถ้าอ่านจริงๆแล้วยังห่างชั้นกวีอยู่มาก ถ้าเปรียบกวีเป็นยอดตึกใบหยก กลอนของผมก็คงอยู่แถวๆเชิงบันใดตึก แบกะดิน

แต่ช้าแต่ ถึงอย่างนั้นก็ตาม ความภูมิใจก็มีอยู่ในฐานะที่เคยเป็นกวีหนุ่มกับเขา เคยมีแฟนคลับอยู่พอสมควรแหละนะ อย่างน้อยก็มีหลักฐานเหลืออยู่หนึ่งคนจนถึงปัจจุบันนี้ที่กลายเป็นแม่ของลูกสาวในที่สุด (ฮาๆ)

เล่มที่เอามาโม้นี้ชื่อว่า “จากภูผาถึงทะเล” ชื่อหนังสือเอามาจากเพลงของคุณพี่หงา คาราวาน ที่ชื่อ “จากภูผาถึงทะเล” นี่แหละ เพราะชอบมาก สมัยโน้นยึดเอาเป็นเพลงประจำชีวิตไปเลย รูปแบบการเขียนก็มีทั้งกลอนเปล่าและกลอนแปด เนื้อหาก็เป็นบันทึกเรื่องราว ความคิด ชีวิต ความรัก ธรรมชาติ ไปตามจิตนาการและอารมณ์คนหนุ่ม เมื่อถึงปัจจุบันนี้ก็กลายเป็นหลักฐานให้รู้ว่า สมัยเป็นหนุ่มเราคิดอย่างไร ทำอะไรบ้าง เป็นเหมือนประวัติชีวิตกรายๆนั่นแหละครับ

ส่วนนามปากกา “วรรณลักษณ์ ปิยกมล” ตั้งใจเอาไว้ว่าจะใช้เป็นชื่อลูก วรรณลักณ์ ชื่อลูกสาว ปิยกมล ชื่อลูกชาย ปรากฎว่า มีแต่ลูกสาว ส่วนลูกชายไม่มี เลยค้างอยู่จนบัดนี้ และนามปากกานี้ก็เลิกใช้แล้ว ปัจจุบันใช้ชื่อจริงทุกงาน

หนังขนาดเล็ก เล่มบางๆ เพื่อนรักคือ วิกฤช สุนทรจามร หรือ เฉินซัน เป็นคนจัดการเอาไปให้สำนักพิมพ์พลอยพิมพ์ให้ ทั้งยังออกแบบรูปเล่ม วาดภาพประกอบให้งดงามน่ารักเป็นอย่างยิ่ง การจะได้มีหนังสือเป็นของตัวเองสักเล่มในสมัย พ.ศ. 2533 ก็ยากเอาการอยู่ จึงนับว่าโชคดีที่ได้มีหนังสือ “บทกวี” วางแผงซะโก้ไปเลย

ขาประจำที่อ่านบล็อกโกศลทอล์คคงเป็นรุ่นน้องๆที่ห่างจากผมหลายปี และรุ่นลูกๆหลานๆส่วนมาก จึงอยากยกกลอนสมัยหนุ่มของผมมาให้อ่านสักนิด จะได้เห็นว่า หนุ่มสมัยโน้นเขาหวานกันอย่างไร ลองกลอนเปล่าดูก่อนไหม จากบทที่ชื่อ “เส้นทาง”

ฉันเดินไปตามเส้นทางเล็กๆ
ทอดผ่านทุ่งข้าวที่แตกกอเขียวงาม
เขียวงามจรดขอบฟ้าไกลโพ้น
แดดอ่อนยามเช้าอบอุ่นนัก
สายลมก็โอบอุ้มกลิ่นหอมของต้นข้าว
มาอภินันทนาการแด่คนจร
ที่สวนฟ้าเบื้องบน
ดอกเมฆบานชูกลีบเกสร
ต้อนรับยามเช้าอันแสนงาม
ที่รัก ฉันมองเห็น…
รอยยิ้มของเธอที่ดอกเมฆ
เส้นผมของเธอพลิ้วไหวที่ใบข้าว
ยินเสียงของเธอกระซิบในสายลม
แลเห็นแววตาของเธอในแสงตะวัน
และที่สุด…
ฉันเห็นเธอกวักมือเรียกที่เส้นทางข้างหน้าโน้น

นี่เขียนขึ้นตอนที่เดินทางไปในที่ต่างๆนะครับ บทนี้เขียนที่แถวภาคเหนือ สมัยโน้นชอบเดินทางไปเรื่อยๆ โบกรถไปก็มี คราวหนึ่งไปถีบสามล้อที่เชียงใหม่ ไปแบบนี้ทำให้ได้รู้ได้เห็นอะไรต่างๆมากมาย

ข้างบนเป็นกลอนเปล่า ต่อไปนี้เป็นตัวอย่างกลอนแปด ที่แต่งให้เธอ เอามาจากบางส่วนของบทที่ชื่อ “ถึงเธอ”

หวังเธอเป็นเช่นทะเลมิเคยหลับ
ที่แตกคลื่นคลี่ขับขึ้นสาดส่ง
ขับคลื่น สายลมอยู่ยืนยง
มิเคยหลับลงแม้นาที
หวังเธอเป็นเช่นดอกคลื่นดกสะพรั่ง
เปี่ยมชีวิต เปี่ยมพลัง เปี่ยมศักดิ์ศรี
เปี่ยมความฝันดั่งนางนวลปีกเสรี
เปี่ยมความหมายแห่งชีวีทั้งชีวา…

นี่เขียนตอนไปที่บางแสน ไปกับเพื่อนๆเพื่อทำกิจกรรมอะไรสักอย่าง คงเป็นการประชุมสัมมนากิจกรรมนักศึกษา เขียนตั้งแต่สมัยยังเรียนหนังสืออยู่นะนี่ กว่าจะได้รวมพิมพ์เป็นเล่มก็อีกหลายปี เอาเป็นว่า สมัยโน้นหนุ่มๆส่วนหนึ่งเขาก็มีวิธีแสดงความรักผ่านกลอน หรือตัวหนังสือแบบนี้แหละครับ

โพสต์นี้คุยเรื่องตัวเองล้วนๆ หวังว่าคงไม่รำคาญนะครับ นานๆที่จะได้โอกาสแทรกเรื่องของตัวเองเพียวๆ เลยโม้เสียเพลิน ขอบคุณที่อ่านจนจบ.

อ่านเรื่องแนวเดียวกัน

เชิญสอบถามหรือลงชื่อสั่งจองของและแจ้งการโอนเงินที่นี่