อังคาร กัลยาณพงศ์ ผู้ยิ่งใหญ่ทางหนังสือ
คนหนุ่มผู้ชื่นชอบบทกวี ในรุ่นผมนั้น คงมีน้อยคนที่ไม่ชื่นชอบบทกวีของท่านอังคาร กัลยาณพงศ์ เพราะคนหนุ่มนั้นเลือดร้อนมุทะลุ ดังที่ฝรั่งเรียกว่า Angry Youngman และบทกวีของท่านอังคารในวัยหนุ่มของท่านนั้น ก็เป็นบทกวีของคนหนุ่มเลือดร้อนมุทะลุนั่นเอง
ผมรู้จักชื่อของท่านอังคารครั้งแรกจากหนังสือวรรณวิจักษณ์ ชั้น ม.ศ.1 หรือ ม.ศ. 2 ก็จำได้ไม่แน่ชัด ด้วยว่ามีบทกวีชื่อ “ทุ่งข้าว” ตีพิมพ์ในหนังสือด้วย แต่ ณ ตอนนั้นไม่ได้ซาบซึ้งถึงขนาด เพราะผมเกิดอยู่กับทุ่ง โตในทุ่ง จึงรู้สึกเฉยๆเมื่ออ่านบทกวีเกี่ยวกับทุ่งนา
ขึ้นมัธยมปลาย ได้อ่านนิยายของสุวรรณี สุคนธา เรื่อง “ความรักครั้งสุดท้าย” ตอนนั้นผมหลงรักเสน่ห์ตัวหนังสือของนักเขียนหญิงท่านนี้ถึงขั้นคลั่งไคล้ ในนิยายเรื่องนี้มีฉากที่ตัวละครคุยกันอยู่แถวท่าพระลาน มีการยกบทกวีขึ้นมาท่องให้กันฟังด้วย ตัวละครหนึ่งพูดว่า ตนชอบบทกวีของท่านอังคาร กัลยาณพงศ์ บทที่ชื่อว่า “เสียเจ้า” แล้วก็บอกต่อไปว่า ท่อนที่ชอบที่สุดก็คือ “…จะเจ็บจำไปถึงปรโลก ฤารอยโศกรู้ร้างจางหาย จะเกิดกี่ฟ้ามาตรมตาย อย่าหมายว่าจะให้หัวใจ…” เท่านั้นแหละครับ ผมในวัยสิบกว่าขวบตอนปลายกำลังแตกเนื้อหนุ่ม เกิดความหลงใหลบทกวีบทนี้ขึ้นโดยทันที
ผมพยายามค้นหาหนังสือที่มีชื่อคนเขียนว่า อังคาร กัลยาณพงศ์ ในห้องสมุดของโรงเรียน แต่ไม่มีเลยสักเล่ม ผมตั้งใจไว้ว่าจะต้องหาหนังสือบทกวีเล่มที่มี “เสียเจ้า” พิมพ์อยู่ด้วยมาอ่านให้จงได้ จนกระทั่งได้มาเรียนที่ธรรมศาสตร์ ความปรารถนาจึงบรรลุผล เพราะในห้องสมุดมหาวิทยาลัยมีหนังสือของท่านอังคารหลายเล่ม รวมทั้งเล่มที่ชื่อ “กวีนิพนธ์ อังคาร กัลยาณพงศ์” ที่มี “เสียเจ้า” ตีพิมพ์อยู่ด้วย
ผมยืมมาอ่านด้วยความหลงใหล ดื่มด่ำอิ่มเอม สมกับที่รอคอยมานาน หนังสือเล่มนี้ได้เปิดโลกทัศน์ใหม่ในกวีนิพนธ์ให้เด็กบ้านนอกคนหนึ่ง ซึ่งเคยรู้จักแต่ศรีปราชญ์ สุนทรภู่จากแบบเรียน ให้ออกมาสู่โลกภายนอกที่มีกวีอีกมากมาย
ผมท่อง “เสียเจ้าราวร้าวมณีรุ้ง…” จนขึ้นใจ ควบคู่ไปกับ “ฉันเอาฟ้าห่มให้ หายหนาว…” แลตั้งจิตว่า ชาตินี้ก็จะขอเป็นกวีด้วย เพื่อ “…ไหลหลั่งกวีไว้เช้า ชั่วฟ้าดินสมัย…” ดังที่ท่านอังคารได้รจนาไว้
คนหนุ่มที่เลือดร้อนมุทะลุ กำลังแสวงหาแบบอย่าง ในที่สุดก็พบแบบอย่างในฝันของตนแล้ว ช่างโดนใจเหลือเกิน!
ไม่เพียงแค่หนังสือบทกวีของท่านอังคาร กัลยาณพงศ์ เท่านั้น ผมยังได้พบครูภาษาไทยที่ “เจียระไนแววชีวา” ให้ผมด้วย นั่นคือ ท่านอาจารย์ ม.ล.ฐิติรัตน์ ลดาวัลย์ แห่งคณะศิลปศาสตร์ ครูภาษาไทยในมหาวิทยาลัยที่สอนให้ผมรู้จักคุณค่าแห่งบทกวี สอนให้อ่าน ทำความเข้าใจในเนื้อสาร โดยใช้สติปัญญาของตนอย่างถ่องแท้ อาจารย์ท่านสอนให้อ่านกวีนิพนธ์ของท่านอังคาร กัลยาณพงศ์ ด้วยครับ นอกจากสอนให้รู้จักอ่านและประเมินคุณด้วยสติปัญญาแล้ว อาจารย์ท่านยังสอนให้รู้จัดคิดและเขียนด้วย ท่านเป็นผู้ “เจียระไน” ลูกศิษย์โดยแท้ครับ
ผมได้เรียนรู้การใช้ปัญญาพิจารณาเนื้อสารของกวีจากท่านอาจารย์ ทำให้ได้มุมมองใหม่ๆในการอ่านเพิ่มมากขึ้น เมื่อก่อนใช้อารมณ์ในการตัดสินคุณค่าของหนังสือที่อ่าน แต่เมื่ออาจารย์ท่านสอนให้ใช้ปัญญาแล้ว บทกวีบทเดียวกัน เมื่ออ่านอีกครั้งหนึ่ง ทำให้ได้แง่มุมใหม่ๆอีกมากมาย
ผมยังคงหลงใหลในบทกวีของท่านอังคาร กัลยาณพงศ์ เสาะหาหนังสือของท่านมาเป็นของตนเอง ผมได้หนังสือ กวีนิพนธ์ ลำนำภูกระดึง นิราศนครศรีธรรมราช ฉบับพิมพ์ครั้งแรกๆที่เป็นภาพเกรยองสีดำสวยงามทั้งสามเล่ม ผมอ่านทั้งสามเล่มด้วยความอิ่มเอมใจในอรรถรสแห่งบทกวี ทั้งภาคภูมิใจในความเป็นเจ้าของหนังสืออันยิ่งใหญ่สามเล่ม ลองคิดดูสิครับสมัยที่ยังหนุ่ม ได้ทำในสิ่งที่ปรารถนา ย่อมจะเกิดความพอใจเป็นล้นพ้น
หนังสือที่พิมพ์ออกมาในช่วงหลัง ผมก็ซื้อไว้เท่าที่สามารถซื้อได้ แต่ผมชอบฉบับพิมพ์โดยเทคนิคโบราณที่เรียงพิมพ์ด้วยตัวตะกั่วมากว่าเทคนิคสมัยใหม่ที่ใช้เรียงพิมพ์ด้วยคอมพิวเตอร์ หนังสือสมัยใหม่แม้เทคนิคการพิมพ์จะล้ำเลิศ ปกและภาพประกอบจะแต่งให้สวยงามอย่างไรก็ได้ แต่ผมคิดว่า “ความงดงาม” มีน้อยกว่าแบบดั้งเดิมมาก
ท่านอังคารนั้นคือกวีผู้ยิ่งใหญ่ ยิ่งใหญ่ทั้งงานและการใช้ชีวิตที่อุทิศให้งานกวีกับงานศิลปะ ยิ่งใหญ่เพราะท่านได้ใช้ชีวิตตามปณิธานกวีที่ตั้งใจสร้างสรรค์ผลงานเพื่อยกระดับจิตใจของคนด้วยกวีนิพนธ์ แม้ชีวิตจะมีอุปสรรคเพียงใดก็ไม่ตีโพยตีพาย ไม่ร้องขอใดใดจากใคร เพราะนี่เป็นหนทางที่ตนเลือก ท่านได้ให้สัมภาษณ์หนังสือไฮคลาสฉบับเมษายน 2533 โดยได้กล่าวตอนหนึ่งว่า “หมามันยังอยู่ได้ กวีก็ต้องอยู่ได้” และท่านอังคารท่านอยู่ได้อย่างยิ่งใหญ่ เป็นผู้ยิ่งใหญ่ที่ไม่ต้องมีใครมาห้อมล้อม หากแต่ยิ่งใหญ่ด้วยผลงาน
การที่คนเรียกท่านว่า “ท่านอังคาร” จึงเหมาะสม เรียกโดยไม่มียศถาบรรดาศักดิ์ หากแต่ด้วยความรักนับถือและชื่นชมยกย่อง แม้ผมไม่ได้รู้จักเป็นการส่วนตัว แต่รู้จักจากผลงานอันเอกอุ ก็ขอเรียก “ท่านอังคาร” ด้วยความนับถือยิ่ง
ท่านอังคาร กัลยาณพงศ์ เป็นผู้ยิ่งใหญ่โดยแท้.!

